วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

My Writer : Step Seven





My Writer : Step Seven



“มึนครับ...” ผมกัดฟันกรอดเรียกเสียงเข้ม ในเมื่อบอกให้มาเปิดดีๆ ไม่ได้ผล การขู่นี่ได้ผลชะงักนักแล เหอะๆ “ความอดทนกูมีไม่มาก จะออกมาเจอกูตอนนี้หรือจะไม่ออกมาก็ได้กูให้มึงเป็นคนเลือก”


“...”


“แต่ถ้ามึงไม่โผล่หัวออกมาภายในสามวิ...” เงียบไปอึกใจเพื่อกระตุ้นต่อมลุ้นระทึกของคนฟัง หึหึ เจ้าเล่ห์ได้อีกกู


“...”


“รับรองชาตินี้ทั้งชาติมึงจะมีวันได้เห็นหน้ากูอีก!!!”


 “ไม่เอานะ!!”


นั่นไง!! บอกแล้วว่าการขู่ได้ผลชะงัก เสียงโหยหวนเหมือนความถูกเชือดร้องลั่นตามด้วยบานประตูที่ถูกกระชากเปิดผัวะ แล้วร่างผมก็ถูกหมาตัวใหญ่โผเข้าซบจนพากันล้มกลิ้งไม่เป็นท่า


“ฮึก! ไม่เอานะ” ไอ้มึนมันกอดซะหน้าผมจมอกมัน รู้สึกเหมือนมีน้ำหยดลงบนไหล่


ผมถอนหายใจเฮือกตบบ่ามันปุๆ ความจริงแล้วก็แค่ขู่ไปงั้นเองแหละครับ ผมไม่คิดจะหนีมันไปไหนอยู่แล้วแค่หลอกให้มันเปิดประตูไม่คิดว่าจะทำให้มันร้องไห้...


“ไม่ให้หนีไปไหนอีกแล้ว” ตัวโตอย่างกะตึกดันมานั่งร้องไห้เป็นเต่าเผา เห็นแล้วจั๊กกะจี้พิกล


“ก็ไม่ได้คิดจะไปไหน” ผมบอกแซะหน้าไอ้นายแบบออกจากซอกคอ โอ้โห อยากให้บรรดาแฟนคลับของไอ้นายแบบมาเห็นสภาพมันตอนนี้จริงๆ ให้ดิ้นตาย น้ำหู น้ำตา น้ำมูก ครบเครื่อง ขาดอย่างเดียวไม่มีน้ำลาย(ถ้ามีผมจะรีบพามันส่งโรงพยาบาลทันที กลัวมันกินยาตาย) ไม่เหลือมาดนายแบบขี้เก๊กให้เห็นแล้วครับสุดหล่อของแฟนๆ


“เฟลบอกถ้าไม่ออกมาผมจะไม่ได้เห็น ฮึก”


“กูก็พูดไปงั้น”


“ไม่หนีจริงนะ”


“เออ” ผมพยักหน้ารับ เฮ้ออ... รับไอ้นายแบบในมาดเด็กขี้แยไม่ได้ผมเลยสละชายเสื้อเอาไปเช็ดหน้าให้มัน แหม... ดูๆ ไปก็น่ารักดีครับมีเอียงซ้ายเอียงขวาให้ผมเช็ดได้ถนัดอีก น่าแปลกตัวโตอย่างกับควายแต่ผมมองว่ามันอ้อนได้น่ารัก ดูไม่ขัดตา(ขัดตีน)เหมือนตอนเฮียชินทำ “งอนไรกู หืม?”


“เปล่างอนครับ” ไอ้มึนก้มหน้าหลบตาผม


 “แล้วหนีงานทำไม ประชดไม่ออกห้องด้วย” คือถ้าจะคุยกับไอ้มึนในมาดเด็กขี้แยนี่ต้องค่อยๆ ตะล่อมครับ อย่าดุไม่งั้นเดี๋ยวมันร้องหนักเข้าไปใหญ่จะพานคุยกันไม่รู้เรื่อง 


“เฟลผิดนัด...” มันช้อนนัยน์ตาค้อนและเลิกร้องไห้แล้วครับ “ทำไมไม่ไป ผมรอตั้งนานก็เลยน้อยใจ... เฟลไม่รัก


โอเค ใครก็ได้บอกผมทีว่าไอ้ ‘งอน’ กับ ‘น้อยใจ’ นี่มันต่างกันตรงไหน คือผมไม่ใช่คนละเอียดอ่อนกับเรื่องทำนองนี้เลยแยกแยะไม่ออก เอาเถอะ ถ้ามันบอกว่าน้อยใจก็คือน้อยใจครับเพราะยังไงก็หนีความจริงไม่ได้ว่าผมผิดนัดมันไม่ได้ คือ... ไม่อยากจะบอกว่าพยายามทำหูทวนลมกับคำตัดพ้อน่ารักๆ อย่าง ‘เฟลไม่รัก’ ไป


“มันเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยไปถึงมึงก็กลับแล้ว” ผมเล่าเรื่องที่ไปช่วยคนเจ็บท้องใกล้คลอดให้มันฟัง มันก็ตั้งใจฟังดีนะครับกระพริบตาปริบๆ เชียวดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเลี้ยงหมาตัวโต(แต่ขี้ใจน้อย)ยังไงยังงั้น


“เฟลใจดีกับคนอื่นไปทั่วแต่ใจร้ายกับผมคนเดียว” ไอ้นายแบบยู่หน้าดึงผมไปกอดแล้วโยกเบาๆ เหมือนอย่างที่ทำทุกทีที่เจอกัน ไอ้ท่าทางแบบนี้ของมันทำให้ผมเผลอยิ้มแล้วโอบกอดมันไว้


...มันหายงอนผมแล้ว...


“เรื่องนั้นกูขอโทษคราวหลังจะสนใจความรู้สึกของมึงให้มากขึ้นดีมั้ย”


“ครับ” ไอ้นายแบบพยักหน้ารับหงึกหงักซุกหน้าลมหอมซอกคอผมไม่ห่าง “คิดถึงชะมัด ไม่เจอตั้งหลายวัน”


“ทำพูดดีแล้วหมาตัวไหนมันไม่ไปหากู ไม่รับสายด้วย” หมั่นไส้เลยตบเกรียนไปป้าบหนึ่ง ไอ้บ้านี่ก็หัวเราะในลำคอไม่ตอบโต้อะไร “คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะมึน มีอะไรมึงต้องถามกูก่อนไม่ใช่คิดเองเออเองแล้วพาลประชด หนีงานแบบนี้รู้ไหมคนอื่นเขาเดือดร้อยตั้งกี่คน มึงก็รู้กู...”


“เฟลไม่ชอบคนไร้ความรับผิดชอบ” ไอ้มึนมันต่อเองเสร็จสรรพแล้วผละออกกอดอกทำหน้างอใส่ผม ...อีกแล้ว?


กูทำไรผิดวะเมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะดีขึ้นอยู่เลย ไหงเกิดงอนห่าไรขึ้นมาอีก


“เฟลก็เอาแต่พูดเรื่องงานเอาแต่ห่วงงาน ถ้าไม่ใช่เพราะงานเฟลคงไม่ยอมมาหาผม อย่างวันนี้มาหาผมถูกได้ยังไงล่ะผู้จัดการไปพามาล่ะสิ เหอะ! แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมคิดมากได้ไง”


“เดี๋ยวมึงอย่าเพิ่งเข้าใจผิ...” 


“ไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ถ้ามาแค่อยากให้ผมเลิกทำความเดือดร้อนให้คนอื่นผมไม่ทำก็ได้! พรุ่งนี้จะกลับไปทำงานเหมือนเดิมพอใจรึยังทีนี้!! เฟลก็เลิกมาตามมาทำเหมือนให้ความหวังแล้วสุดท้ายก็ทิ้งไปสักที!! ผมเจ็บเป็นนะเฟล!! เฟลอ่ะเป็นแบบนี้ตลอด เหมือนจะทำเพื่อผมแต่สุดท้ายแล้วก็ทำเพื่อคนอื่น!”


“...”


“เมื่อก่อนก็เหมือนกันเฟลไปตามผมที่ไม่ยอมไปเรียนเป็นเพราะแม่ผมไปขอร้องใช่มั้ย!! คราวนี้ที่มาตามก็เพราะผู้จัดการขอร้องอีก!! ถามหน่อยเถอะเฟลเคยคิดจะมาตามผมด้วยความต้องการของตัวเองบ้างไหม!! แล้วผมก็โคตรโง่โคตรงี่เง่าที่แอบดีใจจนเนื้อเต้นทุกครั้งเพราะคิดว่าเฟลห่วงผม!! จะเอายังไงก็บอกผมมาสิ! ไม่ใช่เอาแต่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ คลุมเครือแบบนี้!!” 


 “อะ ออเวย์ใจเย็นๆ” ผมครางเสียงอ่อยไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง รู้แค่ว่าออเวย์มันชะงักได้สติขึ้นมาทันที ไอ้มึนมันเสยผมเหมือนพยายามจะทำหัวให้เย็นลง


ออเวย์เงียบ ผมเองก็เงียบ แต่คำพูดมันกระทบใจเต็มๆ จนอึ้งพูดไม่ออก บรรยากาศขมุกขมัวแบบนี้สุดท้ายคนที่อึดอัดจนทนไม่ไหวก็เป็นออเวย์ มันผุดลุกแต่ผมกระชากแขนจนล้มโครมไปด้วยกัน หัวผมเกือบโขกพื้นถ้าออเวย์ประคองไว้ไม่ทัน


“อะไรอีกเฟล!! จะเอาอะไรจากผมอีก!!” ปากตะคอกคล้ายหัวเสีย แต่ตามันสำรวจว่าผมเจ็บตรงไหนหรือเปล่า... เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงจะโกรธถึงจะโมโหแค่ไหนก็ยังห่วงผมเสมอ


...แล้วแบบนี้จะให้ผมปล่อยมันไปได้ยังไง...



ผมส่ายหน้าไม่อยากได้อะไรจากมัน แค่ไม่อยากเห็นแผ่นหลังกว้างนี่เดินจากไปมือถึงเอื้อมคว้าไว้โดยไม่ทันคิด ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้มันเข้าใจผิดคิดว่าผมสนใจแต่คนอื่นไม่สนใจมัน



ผมรู้ตัวว่าเป็นคนปากไม่ตรงกับใจคิดอะไรอยากทำอะไรก็ทำ พูดไม่คิดหน้าคิดหลังจนทำออเวย์เสียใจมาก็มากแต่มันไม่เคยบ่นซ้ำยังยิ้มรับ วันนี้ผมรู้แล้วว่าถึงมันจะไม่เคยปริปากอะไรแต่ทุกคำพูดทุกการกระทำของผมมันตกตะกอนในใจออเวย์และทบถมอยู่ในนั้นเรื่อยมา จนวันนี้ผมเผลอไปกวนตะกอนในใจจนมันขุ่นมัวออเวย์เลยระเบิดสิ่งที่คิดออกมาให้ผมได้รู้



“ออเวย์” ผมเรียกตั้งใจจะแก้ความเข้าใจผิดแต่ปากมันหนักพูดไม่ออกซะงั้น



ผมไม่ถนัดพูดความในใจ ปฏิบัติอ่อนโยนเหมือนใครคนอื่นไม่เป็น ไม่ชอบใส่ใจในรายละเอียดหยิบย่อย ที่ทำได้มีเพียงการดุด่าด้วยท่าทางเย็นชาเหมือนไม่ใส่ใจแต่สาบานได้ทั้งหมดนั่นผมทำเพราะห่วงเพราะผมหวังดี ไม่ได้โกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีนะ ผมคิดแบบนี้จริงๆ ทั้งเมื่อก่อนหรือแม้แต่เดี๋ยวนี้ที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชมันเรื่องงานเรื่องเรียน ทุกอย่างที่ทำไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ไม่ได้ทำเพราะมีคนมาขอร้อง แต่ผมทำเพื่อตัวมันเพื่ออนาคตของมัน ผมพลาดเองที่ไม่เคยอธิบายอะไรออเวย์มันถึงเข้าใจผิดไปไกลว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับมัน



แค่การกระทำมันไม่พอให้ออเวย์เข้าใจผมได้ทั้งหมด บางทีผมควรพูดในสิ่งที่คิดออกไปบ้างเผื่อเราจะเข้าใจกันมากกว่านี้



“ใจเย็นๆ กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น มึงก็รู้กูปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ความจริงแล้วกูไม่ได้ห่วงงานแต่กูห่วงมึง”



“...” ออเวย์นิ่งรอฟัง ผมค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยและกล้าเอื้อมมือไปลูบแขนมันคล้ายปลอบประโลม



“มึงน่ะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเอาอนาคตตัวเองมาล้อเล่น มึงคิดว่ากูจะดีใจเหรอที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้สิ่งที่มึงอุตส่าห์สร้างสมมาพังครืนลงไม่เป็นท่าเพราะเอามาประชดกู ...แล้วดูสิหมกตัวอยู่ในห้องเป็นอาทิตย์แบบนี้แถมโทรหายังไม่รับอีก ผอมหมดแล้ว วันๆ มึงกินอะไรบ้างฮะ” ผมลูบใบหน้าอันซูบผอมของมันเบาๆ



ผมให้ความสำคัญกับภาพรวมมากไปจนลืมว่าสิ่งที่ออเวย์ต้องการจากผมไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงานหรืออนาคต แต่มันอยากให้ผมใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ที่อยู่ อาหารการกิน ผมมัวแต่คิดเอาเองว่าเรื่องแค่นี้ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรเพราะทุกวันนี้เราตัวติดกันตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ผมลืมไปว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผมมันคือเรื่องใหญ่สำหรับออเวย์ มันคงต้องการให้ผมใส่ใจในรายละเอียดหยิบย่อยของมันบ้าง ทำให้มันรับรู้ถึงความสำคัญของมันบ้าง



ออเวย์ดึงผมเข้าไปกอด สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เฟล... ไม่เอาแล้วนะความรู้สึกใกล้ก็เหมือนไกลแบบนี้ เฟลเคยบอกใช่ไหมว่าเริ่มมองผมในมุมที่ไม่ใช่เพื่อนบ้างแล้ว”



“...” ผมพยักหน้ารับโอนอ่อนซบอกตามการชักนำของมือแกร่ง เสียงหัวใจของออเวย์เต้นตึกตักดังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่า ณ ตอนนี้เจ้าของอ้อมกอดกำลังอยู่ในอารมณ์หวั่นไหว



“แล้วเฟลเคยเก็บเรื่องผมไปคิดแบบจริงๆ จังๆ บ้างหรือเปล่า”



“กู...”



ผมหน้าเสีย อีกแล้วสิ เผลอทำตัวแย่ๆ ไปอีกแล้ว ผมไม่เคยเก็บเอามาคิดอย่างจริงจังสักครั้ง...



“เฟล ขอร้อง...” มันเอามือประคอบแก้มผมไม่ยอมให้หลบแววตาเว้าวอน “อย่าทำแบบนี้สิ ไม่รักก็อย่าให้ความหวัง”



“กู...” ผมพูดไม่ออกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกคอ มันเป็นความจริงที่ผมเถียงไม่ได้ ผมเป็นคนพูดเหมือนให้ความหวังมันแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ เอง แต่ถ้าให้ความเงียบเข้าคลอบงำและปล่อยให้ทุกอย่างคุลมเครืออยู่อย่างนี้ไม่แคล้วความสัมพันธ์ระหว่างเราคงเข้าขั้นวิกฤตสักวัน เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ส่งผมดีต่อใครทั้งนั้นดีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง



“กูไม่รู้... เดี๋ยวอย่าเพิ่งคิดไปไกลสิ!!” ผมเผลอตวาดแว้ด ก็พอได้ยินเกริ่นนำไม่สรรสร้างไอ้นายแบบหน้างี้ซีดเผือดเตรียมสะบัดตูดหนีแล้วอ่ะ งอนหน้าหักยังกะตุ๊ด



“ก็เฟลพูดให้คิดอ่ะ!!” เออนั่น! มีเถียง ไม่ขอแก้ตัวผมพูดส่อเอง เหอะๆ



“ก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงกับมึง แต่ว่านะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา...” ผมบีบมือเย็นชืดของตัวเองเรียกความกล้า บอกตัวเองในใจว่าพูดความจริงในใจสักวันมันไม่ทำให้กูตกงานหรอกวะ! “...ไม่มีคนมาคอยกวนประสาท ทั้งๆ ที่คิดว่าดีแล้วแต่ความจริงกูเหงาว่ะ ไม่มีคนมานั่งเสนอหน้าที่ห้อง ห้องกูดูกว้างขึ้นตั้งเยอะเห็นแล้วใจหายพิลึก ไม่มีคนมาคอยเอาใจเวลาจะทำอะไรก็หงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด แล้วการกินข้าวคนเดียวมันก็โคตรจะไม่อร่อย บางที...”



“...”



“แค่บางทีนะ...” ผมย้ำช้อนตามองมันอย่างไม่แน่ใจ



“ครับ” ออเวย์ทำหน้าลุ้นเริ่มยิ้มออกแล้วเมื่อได้ยินสิ่งที่พรั่งพรูออกมาจากปากผม ส่งยิ้มสว่างไสวมาให้เล่นซะผมแอบใจเต้นระส่ำ



แย่ล่ะสิ ผมว่าสายตาผมมีความผิดปกติแล้วล่ะ ทำไมกูถึงมองไอ้นายแบบมันหล่อเท่ระเบิดได้วะ



“กูว่ากูคงเสพติดมึงเข้าซะแล้วว่ะออเวย์”


...55%... 



2 ความคิดเห็น:

  1. เขินนนน น่ารัก แต่ยังไม่อิ่มค่ะ! เอาอีกๆ *-* //ทำตาวิ้งๆแบบหมาขออาหาร

    ตอบลบ
  2. อร๊ายยยยย ออเวย์กดเฟลเลยยย น่ารักกกกกกกกเกิ๊นน ><

    มาต่อให้จบนะไรท์ รู้ป่าวทำรีเดอร์ค้างงงงงงงง

    ตอบลบ