My Writer : Step Six
[Always Part]
โคตรตื่นเต้น!
วันนี้ผมจะได้ไปเดทกับเฟลด้วยล่ะ
ต้องหาเหตุผลร้อยแปดกว่าเจ้าตัวจะยอมไป ต้องเอาข้ออ้างสารพัดไปหว่านล้อม
ไม่ใช่ไม่เคยไปกินข้าวด้วยกันสองต่อสองนะ เคยไปบ่อยๆ
เหมือนกันแต่นั่นมันก็แค่ไปกินที่ห้องเฟลเพราะเฟลไม่ชอบกินข้าวนอกบ้าน นานๆ อ้อนสำเร็จทีจัดเต็มซะหน่อยจะเป็นไรไป
ผมโทรไปจองร้านไว้เรียบร้อยตั้งแต่ที่เฟลตกลงเมื่อวาน
“แหม
วันนี้คุณน้องออเวย์อารมณ์ดี๊ดีนะคะ”
“ก็ปกติ”
ผมตอบเสียงนิ่ง พี่นิน่าเป็นกระเทยร่างเล็กหุ่นเพรียวหน้าสวยผ่านการแปลงโฉมมาแล้วทั้งหน้าที่น้อยครั้งนักจะเห็น
(ทุกทีผมเห็นแค่แบบเจ๊ก้อย หุ่นบึก ร่างบึน เสียงห้าวแต่ดัดจริตดัดให้เล็กลง)
“แน่เหรอ
ถึงหน้าน้องจะยังนิ่งแววตามันฟ้องนะเออ นัดสาวไว้ล่ะสิ หุหุ”
คราวนี้ผมเงียบ
เบื่อพี่แกจริงๆ ครับ พี่นิน่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เดาอารมณ์ผมออกถ้าไม่นับเฟลนะ(เฟลรู้ใจผมดีที่สุด!!)
แล้วพี่แกก็ยังพ่วงตำแหน่งสไตล์ลิสคนเก่งอีกด้วย
“อุ้ย! โทษจ้ามือมันไปเอ้งงงง” พี่นินาตีมือตัวเองเพี๊ยะ
ไม่ใช่อะไรก็มือพี่มันซนอ่ะครับเลื้อยเข้ามาในเสื้อผมเลยถลึงตาใส่แมร่ง
ให้มาจัดเสื้อผ้าเตรียมถ่ายแบบไม่ได้ให้มาลวนลาม
ร่างกายนี้มีไว้ให้เฟลแค่คนเดียว =,.=
“เอ้า
เรียบร้อย เก๋กู้ดไปเลยค่ะ หุ่นก็ ซี๊ด... หน้าฟัด!” ผมกรอกตาแล้วเลี่ยงมาเข้านั่งรอเข้าฉากปล่อยพี่แกทำหน้าหื่นเช็ดน้ำลายต่อไป
เอาเถอะแค่มองผมไม่ถือ
แต่รอเท่าไหร่คู่ถ่ายแบบวันนี้ก็ยังไม่โผล่หัวออกมาสักที
ไอ้ผมจากที่อารมณ์ดี๊ด้าจะได้ไปเดทกับเฟลตอนนี้หน้าเริ่มหงิกแล้วครับ ช่างแต่งหน้ากับพี่นินารับรู้ถึงความหงุดหงิดของผมได้เป็นคนแรกทั้งสองเดินมาโอ๋ผมใหญ่เลย
ผมไม่ใช่พวกชอบเอาแต่ใจตัวเองเพราะเห็นว่าดังนะครับ ทุกทีผมทำงานอย่างไม่เคยมีอิดออดเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง
แต่แมร่งวันนี้มันเป็นวันสำคัญของผม!!
เดทแรกกับเฟล!!
“ใครถ่ายคู่กับผม”
เอาเข้าไปสิหน้าเรียบเสียงกูนิ่งได้อีก เหมือนลมสงบก่อนพายุจะมาอะไรเทือกนั้น
ปกติผมไม่ใช่คนพูดมากและไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ อยู่แล้วพอมาเห็นแบบนี้พี่ๆ
แกเลยหน้าเลิกลั่นกันใหญ่ คนที่ผมยอมให้เห็นทุกด้านที่ใครๆ
ไม่เคยเห็นมีแค่เฟลคนเดียวเท่านั้น คนอื่นจะเห็นผมในมาดหยิ่งๆ นิ่งๆ บางทีผมก็ถูกเขม่นบ่อยๆ
แต่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องงานเท่าไหร่เพราะผมมีรับผิดชอบสูงพอตัว
“อะ
เอ่อ อากิระค่ะคุณน้อง”
ผมเลิกคิ้ว
อากิระไหนกูไม่รู้จัก พี่นิน่าแจ่นไปเอานิตยสารเล่มหนึ่งมาพลิกๆ
แล้วยื่นจ่อหน้าผมอย่างเอาใจ ผมดูคนในรูปแล้วถึงบางอ้อ จำได้ขึ้นใจว่าเพราะมันเนี่ยแหละที่ทำให้ผมหึงเฟลจนต้องมาเป็นนายแบบ
อากิระเมื่อก่อนดังใช่เล่นแต่ระยะหลังมานี้มีข่าวคาวออกมาบ่อยๆ เลยตกอันดับไป
แถมแมร่งยังหน้าด้านประกาศออกสื่อว่ากิ๊กกับผมทั้งที่ความจริงแล้วเคยร่วมงานกันไม่ถึงสิบครั้ง
แล้วหลังจากนั้นก็เข้ามาทำท่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม
“ขอโทษครับ
รถติดเลยมาสาย” เสียงแหบห้าวดังมาจากด้านหลัง ผมหันไปมองแล้วเบ้ปาก
บอกขอโทษแต่ตามึงไม่ได้สำนึกผิดเลย กูซัดซักทีได้มั้ย
ไอ้หมอนี่มันเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนที่ผมเคยเห็นเยอะเลยครับ
มีคนบอกว่ามันไปทำศัลยกรรมมาหน้าเลยสวยหวานขึ้นเมื่อก่อนออกแนวคมเข้ม กล้ามเนื้อพอประมาณที่เคยมีก็ไม่กลายเป็นหุ่นเพรียวไปได้ยังไง
ผมเหม็นขี้หน้ามันโคตรเพราะตอน ม.ปลาย เฟลเพ้อหามันตลอด
ดีอย่างนั้นหุ่นเท่อย่างนี้ ผมล่ะอยากจะรู้ถ้าเฟลมาเห็นมันเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้แล้วยังเพ้อหาอีกรึเปล่า
“ออเวย์ไม่งอนผมนะ”
ผมผลักมันออก
แมร่งใครอนุญาตให้มึงมาตีซี้เกาะแขนกู กูไม่ได้งอนแต่กูเคืองจะตกอับในวงการอยู่รอมร่อเสื.อกทำตัวน่าเอาหลังตีฟาดหน้าอีก
ตอแหลเก่งจริงนะมึง คงอยากจะให้ใครต่อใครคิดว่ามึงกับกูแอบคบกันจริงๆ เพื่อเรียกเรตตี้งตัวเองล่ะสิ
เหอะ!
“ไปเป็นดารากูว่ารุ่งกว่าว่ะ
แหลได้โล่ขนาดนี้” ผมเหน็บมันไปแบบเจ็บจิ๊ด หน้าม้านไปเลยสิมึง รู้จักกูน้อยไป
“หึ
ออเวย์นี่เข้าใจหยอกนะครับ เอาเถอะผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ” มันทำเป็นหยอกผมกลับแล้วเดินไปพยักเพยิกให้ช่างแต่งหน้าและสไตล์ลิสช่วยแต่งตัวให้
พี่นิน่าแยกเขี้ยวใส่เพราะอากิระมันเดินไปกระแทก
“เชี่ย! กูล่ะเกลียดมึงจริงๆ!!”
ผมก็เกลียดครับแต่เกลียดคนละเรื่องกับพี่
เหอะๆ
“ดูมันนะ
ดูมัน ทำเชิดที่ใครต่อใครเขาไปรุมเอาอกเอาใจแต่งเนื้อแต่งตัวให้
คิดว่าตัวเองดังตายล่ะใครๆ ถึงต้องไปแคร์ ไม่รู้อะไรซะแล้วว่าเขารีบแต่งตัวมึงเอาใจออเวย์กลัวออเวย์หมดอารมณ์ถ่ายต่างหาก
วันนี้เขานัดสาวไว้ย่ะ! จริงมั้ยคะคุณน้อง” จิกตาใส่อากิระแล้วหันมายิ้มหวานใส่ผม
สองมาตรฐานได้อีก
“เหอะๆ”
ผมไม่ตอบแต่นั่งกระดิกเท้ารออย่าง(พยายามจะ)ใจเย็น
การถ่ายแบบเซตนี้เป็นไปอย่างค่อนข้างทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะนายแบบที่ถ่ายคู่กันวันนี้โคตรของความเรื่องมาก
แถมบางเรื่องที่ไม่ควรมากเกินกลับพยายามจะมากเกิน ยกตัวอย่างก็เช่น โซฟาสีแดงนั่น
ตามหลักผมจะต้องนั่งเก๊กขรึมดูแบดบอยหน่อยๆ
ส่วนอากิระจะเป็นวอเวเปอร์(?)อยู่ข้างหลัง แต่แมร่งเสร่อมานั่งเกยขาทำหน้าอ้อนตีนผมซะงั้น
ดียั้งตีนไว้ได้ทันไม่งั้นหน้าแหกแล้วต้องยืดเวลาถ่ายไปอีกคนที่เซ็งก็ไม่พ้นผมอยู่ดีสิวะ
อย่าลืมผมมีนักกับเฟลนะไม่อยากไปสาย
“ต๊ายๆ
คุณน้องคะ ตกลงคุณน้องมาถ่ายแบบหรือมาเต้นรูดเสาคะเนี่ย”
คือครั้งนี้ผมต้องยืนพิงเสาแล้วอากิระยืนหันข้างอยู่ด้านหลัง แต่มันดันนอกคอนเซ็ปต์มารูดขาผมซะงั้น พี่นิน่าแกหมั่นไส้เลยแหวะใหญ่แถมเข้ามาลากผมออกหลุนๆ
“ก็ท่านี้สวยกว่านี่ป้า! จะให้ผมเป็นตัวประกอบทั้งเซตเลยรึไง!!!”
นี่ก็เอาเรื่องพอกัน จะจบมั้ยวันนี้?
“เออสิยะ!
เขาจ้างมาประกอบฉากจะเอาอะไรมากมาย ก็ดีกว่าตกงานไม่ใช่เรอะ!!”
“ต่อยกับกูมั้ยอีกระเทยหน้าหัก!!”
“มึงสิอีเกย์หน้าปลวก!!”
เอาเข้าไปสิกูล่ะปวดหัว
กว่าจะถ่ายเสร็จได้ล่อไปหลายชั่วโมงแต่ยังดีที่เหลือเวลาอีกเยอะ ผมดี้ด้าไปนั่งรอที่ร้านก่อนเวลานัดเป็นชั่วโมง
บอกตามตรงผมหวัง ผมตั้งหน้าตั้งตารอกับวันนี้มากๆ ผุดลุกผุดนั่งเป็นว่าเล่น
ตอนหอบดอกกุหลาบสีส้มเข้าร้านมาคนงี้มองตรึม
ไอ้ผมก็อายสิครับหน้าไม่หนากับเรื่องแบบนี้ ยังดีที่ไม่มีใครจำได้ว่าผมเป็นนายแบบ คือผมใส่แว่นสวมหมวกบิดหน้ามิดเลยครับ
พนักงานมองตามจนเหลียวหลังคงคิดแหละว่าไอ้นี่มันโจรรึเปล่า
โลกทั้งใบสดใสได้ไม่นานความหม่นหมองก็เข้ามาแทนที่
ผมนั่งรอจนอาการตื่นเต้นหดหายแล้วเฟลก็ยังไม่มา โทรหาก็ไม่ติดอีก
กลัวว่าจะปลีกตัวมาไม่ได้ช่วงนี้งานเฟลยิ่งเยอะอยู่ผมจึงโทรเข้าสำนักงาน
เฮียชินรับเขาบอกผมว่าเฟลออกมานานแล้วป่านนี้คงถึง แต่ผมก็ยังไม่เห็นแม่แต่เงา...
‘กูว่ามันชิ่งมึงไปแล้วชัวร์’ คำพูดทิ้งท้ายของไอ้เฮียชินทำผมจิตตก
...หรือเฟลจะเบี้ยวนัดผมจริงๆ
วะ เลยนัดมาสามชั่วโมงแล้ว ตอนรับปากว่าจะมาเฟลก็ทำหน้าเหมือนไม่เต็มใจด้วย
ผมนั่งนิ่งมองช่อดอกกุหลาบสีส้มในมือ
มันเป็นสิ่งที่ใช้แสดงความรู้สึกของผมที่มีให้เฟลตลอดเวลาแปดปีที่ไม่ได้เจอกัน ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน
ผมยังรักเฟลเสมอ...
บางที
แค่บางทีนะ ผมว่ากุหลาบสีส้มคงไม่มีความหมายแล้วล่ะ สีขาวเหมาะกว่าเยอะ สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็ยังเป็น
รักข้างเดียวอยู่ดี
เลิกรอได้แล้วมั้งกู
ผมถอนหายใจเฮือกหันไปสั่งให้บริกรไปหาช่อดอกกุหลาบสีขาวมาให้ผมพร้อมการ์ดโดยให้ทิปไปเป็นการแลกเปลี่ยน
สั่งเมนูที่เฟลชอบไว้ห้าหกอย่าง
ก็รู้อยู่ว่าเขาไม่มาแต่ถึงยังไงผมก็ยังสั่งอาหารเตรียมไว้เผื่อ
แค่เผื่อไว้เท่านั้น เผื่อถ้าเฟลมาเขาจะได้ไม่ต้องทนหิวท้องกิ่ว แต่ถ้าไม่...
มาก็แล้วไป
แล้วคืนนั้นผมก็กลับคอนโดด้วยความรู้สึกหน่วงในอก
แมร่ง
ความรักของกูมันไม่มีทางสมหวังเลยเหรอวะ
[Fell Part]
....อยากจะขอหยุดรัก สักประเดี๋ยวเดียว
พักหัวใจที่ซีดเซียว มีแต่ความเฉยชามากอดไว้ ให้เลิกรักเลยคงไม่เอา
ไม่คิดถึงเลยทำไม่ได้ เท่าที่คุยกับหัวใจ บอกว่าทนไว้ก็จะทน....
กูฟังเพลงพี่ฟูจนร้องได้ขึ้นใจแล้ว
มึงจะหยุดพักรักษาใจอีกกี่ชาติหา!! ไอ้หอกเอ้ย!! มึงตั้งริงโทนเพลงรอสายประชดกูชิมิไอ้นายแบบ
ผมกระหน่ำกดโทรหามันมือหงิกมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว
มันงอนผมจริงๆ ด้วยครับทุกคน ปกตินี่รับสายเสียงรอสายไม่ทันดังแต่หลังจากวันนั้นมาดังจนเข้าสู่ระบบฝากข้อความมันก็ยังไม่รับสาย
มึงจะทำให้กูรู้สึกผิดไปอีกนานมั้ยเชี่ยยยยย
โอ้ยยยย
กูก็เครียดเป็นนะเว้ย!
ขยี้หัวจนฟูฟ่องยิ่งกว่าทรงแอฟโฟร่แล้วก็กดโทรออกอีกครั้ง
ความพยายามกูมีเหลือเฟือและความหงุดหงิดก็มีเหลือเฟือพอที่จะใช้พร่ำเพื่อเช่นกัน!?!
=_=
....ก็แค่เพียงรักข้างเดียว
มันไม่จริง ไม่มีรักที่สวยงาม
ฉันคงได้แค่ฝันไป รักข้างเดียวคือเรื่องจริง
ใจทั้งใจผิดหวังมาเท่าไร ต้องตัดใจสักที...
บัดซบ! ผมกดตัดสายแทบปามือถือทิ้งอย่างไม่ใยดี อารมณ์ประมาณแบบ ‘กูเพิ่งแขวะเรื่องพี่ฟูไปแป๊บเดียวมึงเปลี่ยนมาคลั่งน้องโตะแทนเลยเรอะไอ้นายแบบ’
อะไรเทือกนั้น
แน่ะ! งอนห่าอะไรมีส่งไลน์มาบอกด้วย
‘ผมรู้เฟลเบื่อพี่ฟูแล้วเลยเปลี่ยนเป็นน้องโตะให้แทน’
ดูมันส่งมาเถอะรู้ใจกูดีเหลือเกินนะ ถ้ารู้ใจกูดีขนาดนั้นมึงส่งที่อยู่มาให้กูดิ
กูจะแจ้นไปโบกหัวมึงถึงห้องเลย นายแบบห่าไรงอนทั้งๆ
ที่ยังไม่ทันได้รู้เหตุผลของการผิดนัด
‘รู้นะคิดอะไร ผมไม่บอกที่อยู่ให้หรอก
คนมันไม่สำคัญแค่ที่อยู่เฟลยังไม่สน...’
เอากับมันสิ กูหน่าย ผมงี้คลึงขมับควักยาดมมาจ่อจมูกหายใจเข้าออกฟืดฟาดแบบพยายามเก็บอารมณ์(อยากจะฆ่านายแบบ)
บอกผมทีว่ามันไม่ได้ตั้งใจกวนตีน มันไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ไม่รับสาย
แต่มันเสือกส่งไลน์มาแทน เหมือนจะไม่ใส่ใจแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อะไรประมาณนั้น
แมร่ง ผู้ชายห่าไรงอนได้น่ารักชิบหาย
“โทรไปไม่รับมึงก็บุกขึ้นห้องจับข่มขืนแมร่งเลยดิ
=,.=”
ผมเหลือบตามองเฮียชินที่นั่งกระดิกตีนยิกๆ ทำหน้าหื่นอย่างหมั่นไส้ แหม
พูดง่ายเนอะเฮีย ถ้ากูรู้ว่าคอนโดมันอยู่ส่วนไหนของเมืองศิวิไลซ์แห่งนี้กูคงเอาขวานไปจามประตูห้องมันแล้วไม่มานั่งอับจนหนทางอยู่นี่หรอก
คือจะว่ายังไงดีล่ะ
ผมเหมือนคนไม่ค่อยสนใจไอ้มึนเลยว่ามั้ย มันรู้ว่าหอผมอยู่ไหนเพราะมันชอบไปลั้นลาห้องผมบ่อยๆ
แต่ผมไม่รู้ว่าคอนโดมันอยู่ไหนเพราะไม่เคยใส่ใจ
เพิ่งจะมาเสียใจที่ไม่สนความเป็นอยู่ของมันก็วันนี้แหละครับ
ป๊าบ!
เจ๋ก้อยบรรจงวางฝ่ามือลงกลางหัวเฮียชินจนหน้าคะมำ
“อิห่าชิน
มึงนี่พูดอะไรไม่ดูหนังหน้ากับส่วนสูงไอ้เฟล” อ้าวพูดงี้ก็สวยดิเจ๋
หน้าอย่างผมมันทำไม ส่วนสูงผมมันทำไม ห๋า!
“ดูถูกกันนี่หว่า
เจ้ไม่เคยได้ยินหรือไง ส่วนสูงไม่มีผลในแนวราบ” ผมเชิดหน้ายืดอกมาดมั่น พักเรื่องไอ้มึนไปก่อน
มีคนมาว่าแบบนี้ผู้ชายอกสามศอกอย่างไอ้เฟลยอมไม่ได้ =_=
“โหยยย
ดึกดำบรรพ์ชิบหายอิเฟลกูได้ยินคนพูดแบบนี้มานักต่อนัก สุดท้ายเป็นไง
โดนเสียบจนพรุนทุกราย” พูดจบก็มีอะไรต่อมิอะไร อาทิเช่น ขวดน้ำ กล่องกระดาษ
หรือแม่แต่รองเท้าก็ยังมี ทุกอย่างมันลอยข้ามหัวผมไปตกใส่กบาลเจ้ก้อยให้วุ่น “เชี่ยยยย
กูไม่ได้ว่าพวกมึ้งงงง กูแค่ยกตัวอย่างให้อิเฟลมันฟ้างงง”
แหม
ดูจากสภาพเจ้ก้อยที่กรีดร้องยิ่งกว่าแรดถูกเชือดวิ่งพล่านหลบซ้ายหลบขวา ‘ตัวอย่าง’
ที่ว่าคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
อลหม่านกันน่าดูครับ
และมันคงจาฮากว่านี้เยอะถ้าไม่เกิดว่าอยู่ๆ ประตูสำนักงานก็เปิดออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับร้องเท้าผ้าใบเก่าๆ
ของใครสักคนลอยไปแปะหน้าผู้มาเยือนจนหน้าหงาย
ตึง!!!
สตั้นกันไปสิบวิ
แล้ว...
“เฮ้ยยยย!!!”
ส่งเสียงร้องพร้อมสายตาเลิกลั่นกันทั้งสำนักงาน
ความซวยมาเยือนแล้วทุกท่าน มีอย่างที่ไหนเอาผ้าใบที่ผ่านการใช้งานอย่างสมบุกสมบันมีทั้งรอยปะรอยผุเขวี้ยงหน้าลูกค้า
รู้ถึงหูผู้บริหารไม่แคล้วได้ออกไปเตะฝุ่นกันถ้วนหน้า
เฮียชินได้สติก่อนเพื่อนวิ่งเข้าไปพยุงลูกค้าขึ้นยืนพลางขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
แล้วต่อมาพวกผมก็กรูกันเข้าไปหาม แฮ่ม... เข้าไปช่วย บอกตามตรงแทบจะสไลด์ตัวไปกราบแทบเท้างามๆ
สักหนถ้าเป็นไปได้
“เป็นยังไงบ้างครับ
เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ต้องขอประทานโทษด้วยครับ เข้ามานั่งข้างในก่อน”
เฮียชินพยุงลูกค้าเข้ามาพักที่ห้องรับแขก จับหน้าลูกค้าหันซ้ายหันขวาเช็ดรอยนันยางออก
ผมอ้าปากหวอเมื่อได้เห็นหน้าลูกค้าที่ว่าชัดๆ
กูโครตอึ้ง!!!
ทีแรกผมก็คิดว่าเขาเป็นลูกค้าแต่พอเห็นใบหน้าสวยๆ
ภายใต้แว่นตาไร้กรอบกับชุดสูทเรียบกริบหัวจรดเท้า สมองผมประมวลคนตรงหน้าตรงกับบุคลิกท่าทางของใครคนหนึ่งที่มักโผล่หน้าไปเคอะห้องผมพร้อมทำการลากถูลู่ถูกังไอ้นายแบบไปทำงาน
“คุณผู้จัดการ!!!”
“ครับ
ผมเอง”
“คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“ไม่ขออ้อมค้อมนะครับ
ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย”
คุณผู้จัดการ(ชื่ออะไรไม่รู้ผมไม่เคยถาม)ดันแว่นตาที่ตกลงให้เข้าที่
ปัดมือเฮียชินออกอย่างรำคาญ
เจ๊ก้อยสะกิดผมยิกๆ
สายตาเจ๊บอกผมว่าขอเสือ.กแป๊บ บอกกูมาซิมึงรู้จักเขาเหรอ พอผมพยักหน้ารับเท่านั้นแหละใอ้พวกที่คอยมะรุมมะตุ้มพากันจรลีหนีหายเกลี้ยง
พวกคุณมึงทั้งหลายหน้าตาส่อสันดาน(?)มาก ช่วยเก็บอาการหน่อยดิ
ท่าทางนอบน้อมแทบก้มลงกราบตีนหายไปไหน? เห็นเขาไม่ใช่ลูกค้าหน่อยล่ะตบตูดหนีเลยนะ
“อ้อครับ
ถ้าผมพอจะช่วยได้นะ” ผมถึงบางอ้อว่าเพราะอะไรเขาถึงแล่นมาหาผมถึงที่
คือเขาไม่เคยมาเหยียบสำนักงานไอ้พวกนั้นถึงไม่รู้จักแล้วพากันคิดไปเองว่าเขาเป็นลูกค้า
“คือว่า...”
คุณผู้จัดการละคำไว้ในฐานะที่เข้าใจ แหล่ตามองเฮียชินที่นั่งหน้าด้านอยู่ชิ้งๆ
เป็นเชิงเตือนว่า กูต้องการความเป็นส่วนตัวช่วยไสหน้าโฉดๆ ไปไกลๆ ที
ไอ้เฮียชินก็แมร่งหน้าด้านได้ใจเขาส่งสายตาไล่ขนาดนี้เฮียยังไม่รู้สึกรู้สาแถมฉีกยิ้มกว้างสู้อีก
หน้ามึงบ่งบอกมากว่า ‘กูอยากเสือ.กเต็มทนรีบเล่าเซ่!’ เห็นแล้วตีนผมถึงกับกระตุก
เฮียอยากได้รอยสักบนใบหน้ามั้ย วันนี้ผมใส่บาจามารับรองลายสวย =,.=
“ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าคุณไม่รู้หรือว่าในขณะคนเขากำลังจะคุยเรื่องส่วนตัวกัน
คนอื่นควรมีมารยาทโดยการแยกตัวออกไปจากวงสนทนา หน้าตาคุณก็ใช่ว่าจะดูไร้การศึกษาซะทีเดียว
ผมถามจริงๆ นะครับ ไม่เคยเรียนมาหรือ คนเรานะครับควรจะมีจิตใต้สำนึกที่ดี
รู้จักกาลเทศะและการอยู่รวมกันของคนในสังคมหมู่มาก
ที่ร่ายมานี่ไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่อยากให้รู้ว่า ผมต้องการความเป็นส่วนตัวครับ ถ้ายังพอมียางเหลืออยู่บ้างช่วยลุกออกไปอย่างมีมารยาทด้วย มา
– ระ – ยาด น่ะรู้จักไหมคุณ หรือต้องให้ผมด่าตรงๆ ว่าอย่ามาเสือ...”
“โอเคผมเก็ท
จะไปแล้ว ขอร้องอย่าพูดคำๆ นั้นออกเชียว มันไม่เข้ากับหน้าตาคุณอย่างแรง”
เฮียชินหน้าม้านยกมือยอมแพ้ยอมไสหัวไปแต่โดยดี แหม คุณผู้จัดการเห็นเงียบๆ ด่าเจ็บ(แบบผู้ดี๊ผู้ดี)ใช่เล่นนะ
เหอะๆ เอาซะหน้าซีเมนต์โบกอิฐอีกสามก้อนอย่างเฮียชินปราชัยเดินคอตกหง๋อยไปเลย
“เอาล่ะตัวเกะกะไปแล้ว
มาเข้าเรื่ององเราเลยเถอะครับ”
“อะ
ครับ... =_=” ผมรับคำหวาดๆ
บอกตามตรงจะไม่มีวันเสียมารยาทต่อหน้าคุณผู้จัดการเด็ดๆ
ถูกด่าทีคงชอกช้ำไปเป็นอาทิตย์ เฮียชินน่าสงสาร
“คือไม่ทราบว่าคุณได้ติดต่อออเวย์บ้างไหม
หลังจากวันที่เขาบอกผมว่ามีนัดทานข้าวกับคุณเขาไม่ยอมออกห้องไม่ไปทำงานมาเป็นอาทิตย์แล้วครับ”
เชี่ยออเวย์!!
“มันโดดงาน?!
มันไม่ออกห้อง!?!” ผมโพล่งอย่างตกใจ
คือคิดแหละว่ามันงอนหนักแต่ไม่คิดว่ามันจะประชดด้วยวิธีนี้
“ครับ
ท่าทางแบบนี้แสดงว่าไม่รู้ ผมเดาว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างคุณสองคนแน่นอน
ไม่อย่างนั้นคนที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างเขาคงไม่ถึงขนาดประชดคุณด้วยด้วยวิธีนี้”
“คะ
คือผมผิดนัดเขาน่ะครับ” ผมบอกไม่เต็มเสียงรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นอีกสามเท่า
อีกนัยหนึ่งก็รู้สึกกังวลใจเป็นห่วงกลัวไอ้มึนมันจะเป็นอะไรไป
ไม่ยอมออกจากห้องแบบนั้นมันจะอยู่จะกินยังไง
เรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้ผมไม่ขำนะ “ผมควรทำยังไงดี”
“ช่วยเกลี้ยกล่องเขาให้กลับไปทำงานที
ผมพยายามแล้วแต่เขาไม่ยอมคุยกับผมหรือใครเลย”
“เขาไม่รับสายผมมาเป็นอาทิตย์แล้ว”
ผมบอกอย่างจนใจไม่แพ้กัน
“ถ้าอย่างนั้นคงต้องบุกไปพาเขาออกจากห้องครับเพราะถ้าเขายังไม่ยอมทำงานอยู่แบบนี้เขาจะถูกปลดออกจากงานทุกอย่างที่กำลังทำอยู่”
“ครับ
อย่างนั้นก็ดี” ผมถอนหายใจเฮือกรู้สึกปวดหัวนิดๆ ผมน่าจะคิดได้แต่แรกว่าไอ้มึนมันไม่เคยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน
มันเอาชีวิตวางไว้ที่ผมไม่สนใจอนาคตตัวเอง เอาอนาคตมาล้อเล่นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมและให้สายตาผมจดจ่ออยู่แต่มัน
เมื่อก่อนก็เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น
ตอนนั้นผมไปปิ้งสาวโรงเรียนหญิงล้วนเข้า
ก็ตามประสาเด็กวัยรุ่นแหละครับผมหลงเธอหัวปักหัวปำจนลืมเพื่อนฝูง ไอ้มึนมันน้อยใจเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่มาเรียน
ผมต้องปีนหน้าต่างไปคุยมันถึงยอมกลับมาเรียนโดยแลกกับการที่ผมต้องเลิกตามจีบสาว
(เชี่ย! กูใกล้จะจีบติดอยู่แล้ว!!)
“คุณไม่รู้ที่อยู่คอนโดใช่ไหม”
“ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปส่งเอง”
คุณผู้จัดการลุก ผมมองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลาเลิกงานแล้วจึงพยักหน้าลุกไปเก็บกระเป๋า
ผมคงจะเดินตามคุณผู้จัดการขึ้นรถไปแล้วถ้าไม่มีมารมาผจญ
เฮียชินมันมาจากไหนไม่รู้ยืนขวางทางคุณผู้จัดการพร้อมแจกันที่เพิ่งเอาไปเปลี่ยนน้ำมา
คุณผู้จัดการจะไปทางซ้ายเฮียมันก็แกล้งเดินไปดักแล้วยิ้มหวาน
คุณผู้จัดการเปลี่ยนมาเดินไปทางขวามันก็ตามมาสกัด
“โอ๊ะ
โทษที เชิญครับๆ” ว่าแล้วก็ผายมือเชื้อเชิญเหมือนจะหลีกทางให้
แต่พอคุณผู้จัดการจะเดินไปจริงๆ เฮียมันดันขยับเข้าไปขวางอีก
ผมรู้นิสัยเฮียชินดีครับ
ไอ้ท่าทางกวนโอ้ยแบบนี้ไม่แคล้วคิดเอาคืนเรื่องที่ถูกด่าชัวร์ป๊าบ
ผมยืนคิ้วขมวดมองไอ้เฮียชินมันกวนตีนคุณผู้จัดการ เฮียไม่รู้เฮียไม่เข้า คือตอนนี้กูรีบว่ะขืนไปช้ามีหวังไอ้นายแบบดับคาห้องแน่
คนยิ่งกังวลใจอยู่อย่าเพิ่งมากวน ผมแอบย่องไปข้างหลังเฮียชินแล้วเจาะยางแมร่ง
“เฮ้ยยยย!!”
เฮียตกใจแข้งขาอ่อนยวบถลาไปข้างหน้า
คนมันจะล้มตามหลักการพื้นฐานแล้วต้องหาที่เกาะใช่ป่ะ
แน่ล่ะเฮียชินก็ไม่หนีไม่พ้นความจริงข้อนี้ มือเฮียพยายามหาที่ยึดเกาะ
บังเอิญว่าที่ๆ พอจะเกาะมันมีแค่ที่เดียว ...นั่นแหละ มือหนาเลยแปะลง ‘กลางอก’ คุณผู้จัดการ
ผมงี้เอามือปิดตาแทบไม่ทันแบบประมาณอเนจอนาถเกินรับได้
เฮียแมร่งจังไร
บังอาจลวนลามคนสวยต่อหน้าสาธารณะชน!!!
“ฮิ้วววววว!!!”
ไม่ใช่อะไรเสียงผิวปากโห่แซวของเพื่อนร่วมงานผมเอง
แบบก่อนเฮียมันเสียหลักมันถือแจกันดอกไม้อยู่ใช่ป่ะ =_= นั่นแหละครับดอกไม้มันเลยแปะอยู่ตรงหน้าคุณผู้จัดการพอดีบวกกับเฮียแมร่งกำลังคุกเข่าอยู่ด้วย
ผมไม่รู้ว่าพวกคุณเก็ทไหม แต่ภาพเฮียชินนั่งคุกเข่าพร้อมยื่นดอกไม้ให้คุณผู้จัดการทำผมจิ้นกระจาย
แน่นอนว่าคนในสำนักงานแห่งนี้เองก็จินตนาการล้ำเลิศไม่แพ้ผม เหอะๆ
“วี้ดวิ้ววววววว!!
ไอ้ชินแมร่งขอคุณผู้จัดการแต่งงานว่ะ ก๊ากกกก!!”
“แม่เจ้า
เกิดมากูเพิ่งเคยเห็นอิชินเขิน!”
อย่าว่าแต่เจ๊เลย
ผมก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน =_=
“มึงโรแมนติกชิบหายไอ้โหด!!”
แล้วก็อะไรอีกสารพัดจะแซว(บวกรั่ว)
หน้าเฮียงี้แดงแจ๋เลยครับ ฮ่าๆ ขำชะมัด
ส่วนคุณผู้จัดการไม่มีอะไรมากเขายังคงรักษามาดนิ่ง
ดันแว่นตาให้เข้าที่แล้วคว้าแจกันดอกกุหลาบเจ้าปัญหาปาลงถังขยะอย่างแม่นยำราวจับวาง
โห่ววววว หมดสนุกเลย ชิ!
ขวับ!!
“อุ๊บส์”
ผมยิ้มแหยะหยุดหัวเราะกึก เฮียอย่ามองผมแบบกูแค้นมึงอะไรเทือกนั้นสิ
“มันก็แค่อุบัติเหตุใครๆ ก็รู้ใช่มั้ยทุกคน” ผมหาแนวร่วม
“ก๊ากกกก
อิชินถูกแคลช”
“อะไรคือถูกแคลชของเจ๊?”
“ถูกปฏิเสธรัก...”
“ฮิ้ววววว!!”
มุกเก่าได้อีก
ใครเก็ทไม่เก็ทไม่รู้แต่กูเก็ทว่ะ เอิ๊กๆ (แอบขำในใจ)
ไอ้พวกเวรไม่ช่วยอย่าเสือ.ก เฮียมันจะแดรกหัวกูอยู่รอมร่อแล้วตาบอดเรอะ
แล้วก็จริงครับเฮียเคืองจัดไล่แตะเจาะยางผมเป็นว่าเล่น กว่าจะหนีรอดลิ้นห้อยหอบฮัก
เอาเถอะยังไงมันก็ผ่านไปแล้วและตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่หน้าห้องหมายเลข 2123 ของคอนโดหรูใจกลางมหานครที่ผมไม่มีปัญญาซื้อ
ได้ยินว่าคอนโดนนี้เป็นของโมเดลลิ่งที่ไอ้มึนสังกัดอยู่
เขาจะให้นายแบบที่บ้านไกลมาพักโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าสักบาท(แต่ค่าน้ำค่าไฟต้องจ่ายเอง)โดยจะต้องแชร์ห้องกันสี่คนต่อหนึ่งห้อง
ยกเว้นนายแบบที่ทำเงินให้มากๆ อย่างไอ้มึนถึงจะมีอภิสิทธิ์ครอบครองคนเดียว
ผมมองคีการ์ดที่คุณผู้จัดการให้มาและไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงผมกดรหัสตามด้วยรูดคีการ์ดเปิดผัวะเดินผ่านห้องรับแขกตรงดิ่งไปรัวทุบประตูห้องนอนทันที
ปังๆ ปังๆๆ ปังๆๆๆ
“เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้ไอ้มึน ไม่งั้นกูจะเอาขวานมาจาม!!”
ผมแหกปากลั่นเอาหน้าแนบบานประตูฟังเสียงคนข้างใน คือคุณผู้จัดการให้คีการ์ดเข้าห้องมาก็จริงแต่เขาไม่มีกุญแจห้องนอนให้
เห็นว่าไอ้นายแบบมันหวงห้องนอนเลยไม่ยอมให้คุณผู้จัดการเก็บกุญแจสำรองไว้
นี่แหละเหตุผลที่คุณผู้จัดการไม่มีปัญญาลากไอ้มึนออกจากห้องได้จนต้องพึ่งตัวช่วยสุดท้ายอย่างผม
เสียงซอกแซกด้านในทำให้ผมรู้ว่าไอ้เจ้าของห้องมันยังไม่ตาย(เฮ้อ
โล่งอก) เสียงปลดล็อคดังแกร็กตามด้วยประตูแง้มออกนิดๆ แต่พอดวงตาลึกโหลข้างในเห็นผมประตูมันก็กระแทกปิดดังปัง!
“เชี่ย! กูบอกให้เปิดประตูมึงได้ยินมั้ย!!
คิดว่ากูไม่เห็นเหรอว่ามึงอยู่ข้างใน!!” ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง หงุดหงิดจนเผลอมองหาขวานมาพังห้องชาวบ้าน
ใจก็บอกตัวเองว่า ‘ร่มๆ ไว้ มึงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหาย’
“ขะ เข้าห้องผิดแล้วครับ ออร์เวย์ไม่ได้อยู่ห้องนี้...”
มึงหัดตอแหลกูตั้งแต่เมื่อไหร่?! (มีการดัดเสียงด้วยเอากับมันสิ!!)
“อ้าว! ผมเข้าห้องผิดเหรอ...? โทษทีครับ” มันตอแหลมาผมก็ตอแหลไป
“ว่าแต่ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าผมมาหาออเวย์
ผมจำได้ว่ายังไม่ได้บอกคุณเลยว่าผมมาหาใคร!”
“...” เงียบ สงสัยเถียงไม่ออก
“ว่าไงตอบมาสิ คุณรู้ได้ไงว่าผมมาหาไอ้นายแบบ!!” ผมเข้าโหมดกร่างยืนเท้าเอวราวกับจะท้าตีกับประตู
“บุคคลที่ท่านกำลังเรียกหา... ไม่สามารถออกไปพบได้ในขณะนี้
กรุณากลับมาใหม่อีกครั้งหรือฝากข้อความไว้หลังได้ยินเสียงสัญญาณ ตี๊ดดดดด...”
แหลไม่สำเร็จก็เลยมั่วซะงั้น มึงคิดว่าเรากำลังโทรคุยกันเหรอสัด
อีกอย่างมึงคิดว่ามึงเป็นคอลเซ็นเตอร์รึไง
“มึนครับ...” ผมกัดฟันกรอด “ความอดทนกูมีไม่มาก
จะออกมาเจอกูตอนนี้หรือจะไม่ออกมาก็ได้กูให้มึงเป็นคนเลือก”
“...”
“แต่ถ้ามึงไม่โผล่หัวออกมาภายในสามวิ...”
“...”
“รับรองชาตินี้ทั้งชาติมึงจะมีวันได้เห็นหน้ากูอีก!!!”
“!?!?!”
...100%...
[ครบ]
[ครบ]
เอาใจนักอ่านตอนนี้ปาไปแปดกว่าหน้า A4 ปกติ 5-6 A4 นี่สุดๆ ละ
เม้นบ้างอะไรบ้างเป็นกำลังใจให้เมลล์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ออกมาโดยเร็ว วิ่งทะลุประตูมาเลย ไม่ต้องเปิดเเล้ว เสียเวลาาาา ><
ตอบลบ