วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

My Writer : Step Two



My Writer : Step Two


เฟล...ไอ้ออเวย์เรียกครางเสียงแผ่ว จ้องหน้าผมอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เออ!เรียกหาพ่อง หัวกูตั้งโด่อยู่เนี่ย... อะ เอ๊ะ... เดี๋ยวนะรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ ไป

เฟล... จริงๆ เหรอ

เออ!ยังจะเรียกอยู่อีกติดอ่างเหรอมึง เรียกอยู่ได้...หะ... ห๊ะ!!!!!!!!!” 

กล้วยปิ้ง!

ผมเบิกตากว้างมองหน้ามัน อึ้งเลยครับ ไอ้เฟลโคตรอึ้ง ทีนี้ รู้แล้วว่าอะไรที่แปลกไป เมื่อกี้มันเรียกชื่อผมใช่ม้ายยยยย ว๊ากกกกก โคตรดีใจ ในที่สุดมันก็จำผมได้! 

ทำไมมึงไม่รอให้กูแต่งงานมีลูกก่อนล่ะ แล้วมึงค่อยมาจำกูได้ ไอ้สัดหมาออเวย์ ไอ้คนดังแล้วลืมเพื่อน ไอ้... เฮ้ย กอดกูทำไม ปล่อยเลยสัด

เฟล...ไอ้ออเวย์มันเอาแต่พึมพำชื่อผมไม่ขาดปากแถมกอดผมแน่นไม่ยอมปล่อย จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุดเลยได้แต่ปล่อยให้มันกอดจนหน๋ำใจ 

ไอ้มึนปล่อยกูก่อน อึดอัดโว้ย

ไม่เอา ไม่ปล่อยให้เฟลหายไปอีกแล้ว ไม่ปล่อยให้เฟลไปแต่งงานมีลูกกับคนอื่นด้วย เฟลต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น

เอาอีกแล้วไอ้ อาการหวงเฟลที่เพื่อนๆ เคยค่อนขอดมันไว้กลับมาอีกแล้ว เหอะทำพูดดีไป เมื่อกี้ยังจำกูไม่ได้อยู่เลย

ก็เมื่อกี้มันไม่ใชเฟลนี่ ผมเห็นแต่ไอ้บ้าหอบฟางแค่นั้นแหละ

เมิงหลอกด่ากูเหรอแสรดดดดด

มันกอดผมไว้หลวมๆ ทำหน้าบู้แก้มป่อง สลัดคราบไอ้นายแบบหน้าตายไปหมดสิ้นเหลือไว้แค่ไอ้มึนคนเดิมที่ผมรู้จัก ใส่แว่นด้วย...

กูโดนแกล้ง

ทรงผมก็เปลี่ยนไป ไม่สกินเฮดเหมือนเมื่อก่อน...

กูโตแล้ว มึงจะให้กูไถเกรียนเพื่อ?”

โทรหาไม่ติด...

โทรศัพท์กูเจ้ง

ย้ายบ้านไม่บอก...

กูไม่รู้ที่อยู่มึง

ผมตามหาเฟลเป็นบ้าเป็นหลังมันทำหน้าเศร้ามองผมตาปรอย คราวนี้จะไม่ยอมให้คลาดสายตาอีกคอยดู

ขอให้จริงเหอะผมตบบ่ามันไปมันหลายที มันคงจะเหงาแหละครับที่อยู่ๆ เพื่อนสนิทก็มาหายตัวไปดื้อๆ ถึงได้ออกปากมาว่าจะไม่ให้ผมคลาดสายตาไปอีก ปล่อยให้มันอ้อนจนพอใจแล้วกลับมาสนใจต้นฉบับที่ค้างอยู่ในมือต่อ เมื่อกี้อ่านถึงไหนแล้ววะกู

เฟล!” 

มันหน้าตาตื่นเมื่อเห็นผมกำลังจะตั้งท่าอ่านต้นฉบับการ์ตูนของมันต่อ ไอ้มึนทะลึ่งพรวดมาแย่งต้นฉบับไป แน่นอนว่าผมยื้อไว้สุดชีวิตแหละครับ

อะไรของมึงไอ้มึน ปล่อยเลยนะ กูยังอ่านไม่จบ

ไม่เอาห้ามอ่านต่อนะเฟลมันยื้อไปผมก็ยื้อมา

ใกล้จบแล้ว อีกนิดเดียวเอง

ใกล้จบแล้ว!?!มันตะโกนลั่นทำหน้าตกอกตกใจยังกะโลกจะแตก มนุษย์ต่างดาวจะบุก ตุ๊ดจะเมิน เวอร์ไปไหนแค่กูอ่านต้นฉบับเอง

ก็เออสิ

ไม่ได้นะห้ามอ่าน เอาต้นฉบับผมคืนมา ถ้าอ่านจนจบล่ะก็เฟลต้องรู้แน่ๆ ว่าผม...อะ อึกไอ้ออเวย์เอามือตะครุบปากตัวเองหน้าตาตื่น

ไอ้ผมก็งงสิครับ จะพูดอะไรก็ไม่พูดออกมาให้จบๆ มึงว่าอะไรนะไอ้มึน

ปะ เปล่า ผมขอคืนเถอะนะเฟล นะ...ไอ้มึนมันอ้อมแอ้มบอก ยื่นมือมาขอต้นฉบับคืนตาละห้อยแต่หน้างี้แดงเถือกแถมอ้อนอีกต่างหาก

ผมถอนหายใจเฮือก ถึงจะเสียดายที่ยังอ่านไม่ทันจบ แต่ก็ใจอ่อนกับท่าทางน่าสงสารของมันเลยยื่นๆ คืนให้ไป มันรีบเก็บลงกระเป๋าอย่างกับกลัวว่าผมจะแย่งมาอ่านต่อยังไงยังงั้น มันคงเขินแหละครับที่จะให้เพื่อนสนิทอย่างผมอ่านการ์ตูนที่มันวาด

ชิ! หวงนักกูไม่อ่านก็ได้ มันอ้อนได้ผมก็งอนเป็นเหมือนกัน เอาสิมึงไม่ง้อกูก็ให้มันรู้ไป มีแต่กูที่ไหนที่แพ้ลูกอ้อนมึง มึงก็แพ้ลูกงอน(?)กูเหมือนกัน!

ไว้รอมันออกเป็นเล่มก่อนนะ...

ฮ่าๆ เห็นมั้ย มันแพ้ลูกงอนผม

อะไร พูดดังๆ ดิ๊ กูไม่ได้ยินผมยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ แล้วอยู่ๆ ผมก็ร้องว๊ากอย่างตกใจเมื่อร่างทั้งร่างลอยขึ้นแล้วตกลงแปะที่ตักไอ้มึนมัน เล่นเชี่ยไรเนี่ย กูตกใจหมด

ไว้รอตีพิมพ์เสร็จก่อน... แล้วผมจะให้เฟลอ่านเป็นคนแรกเลยมันกระซิบเสียงเบาข้างหูผม สองแขนกอดรัดเอวผมกระชับแน่นจนหลังผมแนบไปกับความแข็งแกร่งของแผ่นอกกว้างด้านหลัง

เออๆ ก็ได้” 

ผมบอกมันเซ็งๆ ขยับตัวให้อยู่ในท่านั่งที่สบายๆ หน่อย ไม่ได้สะบัดตัวหนีมันแต่อย่างใด จะบอกว่าผมชินแล้วก็ได้กับไอ้อาการถึงเนื้อถึงตัวตลอดเวลาของไอ้มึน ผมเป็นคนตัวเล็กอ่ะครับมันเลยดูไม่ค่อยน่าเกลียดเท่าไหร่ที่นั่งตักไอ้มึนมัน ดูเผินๆ เหมือนพี่เอาน้องนั่งตักเลย (แมร่งกูอึนกับเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนละ)

      เงียบเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ กันสักพัก ไอ้มึนมันก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย 

คิดถึงเฟลจัง เฟลล่ะ...คิดถึงผมมั้ย

“...” ผมเงียบไม่ตอบครับ ยังงงอยู่ว่ามันจะมาอารมณ์ไหนของมัน แต่พอเห็นสายตาละห้อยแกมอ้อนวอนผมก็ต้องยอมแพ้มันแต่โดยดี  เออ! ก็...

ก็?” มันทำหน้าลุ้นแววตาออดอ้อนรอฟังความรู้สึกของผม ท่าทางมันเหมือนแมวตัวโตเลยว่ะน่าแกล้งชิบหาย แต่แกล้งไม่ได้เดี๋ยวมันน้อยใจพาลงอนตุ๊บป่องล่ะผมแย่แน่ เห็นแบบนี้แต่แมร่งขี้ใจน้อย เอาวะพูดความจริงซักวันปากกูไม่เน่าหรอก

ก็...เหมือนกัน

อะไรเหมือน

“...คิดถึง... อุ๊บ

อ๊ากกกกกกกกกก แมร่งไอ้มึนมันจูบผ้มมมมมมมมม

แล้วก็ไม่ใช่แบบปากแตะปากแล้วผละออกด้วย แต่แมร่งเล่นดิฟคิสเลย สาดดดดด กูตกใจ ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่นี่เพิ่งจะจูบที่สองของกูเองนะเฟ้ยยย (จูบแรกกับแฟนสาวตอนอายุยี่สิบเอ็ด แล้วก็ถูกชีบอกเลิก ชีให้เหตุผลว่าคบผมแล้วมีคนบอกเราสองคนเป็นคู่เลส? ชีรับไม่ได้...)

อื้อ...” 

คะ ใครก็ได้บอกผมทีว่านั่นไม่ใช่เสียงผม ทำไมมันแต๋วแตกแบบนี้วะ กูล่ะอยากจะมุดตูดแทรกแผ่นดินหนี แล้วมือนั่นอะไรของมึนไอ้มึน มือมึงอ่ะเลิกเสื้อกูขึ้นเพื่อ?

มะ มึน ปล่อยกูก่อน หยุดนะผมห้ามมันเสียงหอบแทบไม่มีแรงขัดขืนแล้วครับ แมร่งเชี่ยนี่จูบเก่งโคตร รุกปุบปับเกินกูตามไม่ทัน กูเป็นเพื่อนมึงนะ

ไม่เอา ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วมันงึมงำในลำคอพรมจูบไปทั่วหน้าผม แต่ดีหน่อยที่มือมันยอมหยุดตั้งแต่ผมเอ่ยห้ามแล้ว เข้าใจแหละครับว่าเรื่องแบบนี้จะให้หยุดทันทีมันเป็นไปไม่ได้

แต่ไอ้ที่บอกว่าไม่อยากเป็นเพื่อนนั่นหมายความว่าไงวะ เดี๋ยวนี้ดังแล้วหยิ่งเหรอ เป็นเพื่อนคนจนหน้าเห่ยอย่างกูมันไม่เท่สินะ ไอ้คนลืมกําพืด ใช่สิกูมันก็แค่พนักงานต๊อกต๋อยแต่มึงอ่ะนายแบบดังเชียวนะ

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สถานะของเราสองคนคือ แฟนนะจ๊ะที่รัก

เออ ใช่สิกูไม่คู่ควรจะเป็นเพื่อนมึง แค่แฟนก็หรูแล้....ว

เอ๊ะ?”

เฟลเป็นแฟนผม คนเป็นแฟนกันก็ต้องกอดกัน~ หอมแก้มกัน~ แล้วก็จูบกัน ว่าแล้วมันก็ปฏิบัติตามที่ร่ายมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วเหมารวมเอาว่าผมตกลงคบมันเป็นแฟนแล้ว 

อยากจะบอกเหลือเกินก็มึงจูบปากกูอยู่เนี่ย กูจะบอกปฏิเสธมึงได้ยังง้ายยยยย

นั่นแหละครับเหตุการณ์ในวันที่เส้นทางเดินของเรากลับมาบรรจบกันอีกครั้ง

โคตรจะน่าประทับใจ (ประชด)



เอาละรำลึกความหลังและรู้ซึ้งถึงความหน้ามึนของมันกันพอหอมปากหอมคอแล้ว เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันกันเถอะ

อย่าเพิ่งมากวนกูดิไอ้มึนผมแวดมันแง้วๆ มาเกือบชั่วโมงเศษเห็นจะได้ มือก็จัดนั่นนับนี่ให้วุ่น งานกูเยอะโปรดเข้าใจ ถอยไปให้ไวเลยสัส

ไม่เอาอ่ะจะอยู่กับเฟล~ คุณแฟนตัวนุ่มนิ่ม

นิ่มพ่อง! ถ้าคราวนี้มึงมาทำกองหนังสือกูล้มอีกกูเอามึงตายแน่ผมยันหน้ามันออกพร้อมชี้หน้าคาดโทษ ทำกูหัวหมุนแล้วไม่สำนึก กูต้องมาจัดออเดอร์ใหม่เพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะมึงเซมาล้มทับ 

ถึงต้นเหตุมันจะเป็นเพราะผมถีบมันก็เถอะ แต่ผมจะโทษมันอะใครจะทำไม?

เดี๋ยวคุณแฟนหายไปอีกจะทำไงมันส่ายหน้าปฏิเสธทำตาปรอยด้วยเอ้า มือก็จับหมับที่ชายเสื้อผมไม่ยอมปล่อยจนผมเริ่มจะรำคาญนิดๆ ละ

กูก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้หายไปไหนซะหน่อยแหกตาดูสิ

ก็ใช่ แต่ถ้าผมละสายตาไปเฟลก็จะหายไปอีกเหมือนเมื่อก่อน...มันเบ้หน้าแบะปากยังกับจะร้องไห้

กูจะไม่หายไปไหนทั้งนั้น โอเคป่ะทีนี้นี่ผมลงทุนทำอะไรปัญญาอ่อนอย่างการยกมือสาบานเลยนะเฮ้ย ไอ้มึนมันยังจะทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอีก

เฟลไล่ผมเหรอ...

เออ! ไปไกลๆ เลย มึงอยู่ทีไรงานกูไม่เดินทุกที

“...ก็ได้ งั้นไม่กวนก็ได้ เห็นเฟลทำงานยุ่งอยู่หรอกนะผมถึงไม่อยากกวน

กวนกูมาได้ตั้งนาน มึงเพิ่งรู้เหรอว่ากูยุ่ง?

ผมล่ะอยากจะหาอะไรมาฟาดหน้าหงอยๆ ของมันซะจริงให้ตาย ตัวโตอย่างกับยักษ์วัดแจ้งแต่ขี้ใจน้อยล่ะที่หนึ่ง ผมหันกลับมาสนใจกองหนังสือที่ตั้งเรียงรายจนแทบจะท้วมหัวผมต่อ(ซักวันมันจะล้มทับหัวผมมั้ยวะ ยิ่งเป็นคนดวงซวยอยู่ด้วย) ตัดใจไม่มองตามันอ่ะครับกลัวตัวเองจะใจอ่อนกับท่าทางเหมือนลูกหมาถูกทิ้งของมัน พอเห็นผมไม่สนใจมันก็เดินคอตกออกไปจากสำนักงาน ก่อนไปยังมีหันมามองตาละห้อยส่งท้ายอีกที ผมงี้หันกลับแทบไม่ทันกลัวมันรู้ว่าแอบมองตามหลังมันเหมือนกัน ไม่ได้ครับเดี๋ยวมันได้ใจแล้ววันหลังมันจะดื้อไม่ฟังคำสั่งผม

ผมง่วนอยู่กับงานที่กองอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ตรงหน้าจนเกือบลืมเวลารู้ตัวอีกทีข้างนอกก็มืดแล้วครับ เหลือบไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่อยู่บนผนังปรากฏว่าปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม (แอบ)มองไปทางประตูก็ไม่มีวี่แววว่าไอ้มึนมันจะเปิดผัวะเข้ามาแต่อย่างใดทั้งที่ทุกทีมันจะมาตามผมกลับแล้วถ้าเห็นผมทำงานล่วงเวลา

        หรือมันจะโกรธที่ผมไล่มันวะ?

ไม่หรอกมั้ง มันอาจจะมีงานด่วนก็เลยไม่มีเวลามาหาผมก็ได้ ผมคิดเองเออเองไป มองซากอารยธรรมอียิปต์(หมายถึงเพื่อนร่วมงาน)ที่นอนตายเป็นมัมมี่ตากแห้งกันเกลื่อนกลาดแล้วอนาจชิบหาย ผมเองก็ใช่จะดีกว่าพวกมันหัวเหอฟูฟ่องดวงตาลึกโหลใบหน้าอิดโรยแต่โดยรวมแล้วดูดีกว่าพวกมันนิดหนึ่ง คนมันหล่อก็เงี้ย หุหุ

ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อยนะครับ โคตรเหนื่อยแต่ก็ต้องทำไปจนกว่าโครงการขยายกิจการจะเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นงานพวกผมคงลดลงบ้างล่ะนะ

ผมกลับก่อนนะโว้ยเฮียชิน ทุกคนผมตะโกนบอกทุกคนในห้อง ได้ยินเสียงอืออาดังมาจากเฮียชินส่วนคนอื่นๆ ก็โบกมือหย๋องๆ ท่าทางอย่างกับผีไร้กระดูกก็ไม่ปาน 

เอาเหอะช่างแมร่ง คาดว่าวันนี้ไอ้พวกซกมกทั้งหลายคงนอนค้างที่นี้แล้วล่ะครับ ดูจากสภาพแต่ละคนแค่แรงจะโบกมือยังแทบจะไม่มีแล้วมันจะมีแรงเยื้องย่างกลับบ้านกลับช่องเหรอ คำตอบคือไม่มีชัวร์ป้าบ

ฟิ้ว~

เปิดประตูมาปุ๊บลมหนาวพัดมากระทบผิวกายเล่นซะบาดลึกไปถึงหัวอดหัวใจ ขนาดว่าตอนนี้ผมใส่เสื้อกันหนาวตั้งสองตัวแล้วนะครับเนี่ย หน้าหนาวปีนี้หนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมาอีก ผมดูพยากรณ์อากาศเมื่อเช้าเขาบอกว่าวันนี้อุณหภูมิเกือบติดลบด้วยซ้ำ น้ำค้างบนยอดหญ้าแทบจะเกาะตัวเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว

เฟลครับ

ทันทีที่ผมก้าวเท้าออกจากสำนักงานไอ้นายแบบที่เก๊กหล่อตีหน้านิ่งให้นักท่องราตรีที่เดินผ่านไปผ่านมามองจนเหลียวหลังพร้อมยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บมาดนายแบบขี้เก๊กเหลือเพียงไอ้มึนที่ผมรู้จัก มันยิ้มจนตาหยีวิ่งเหยาะๆ มาหาผม

ยืนเก๊กเชี่ยไรอยู่ตรงนั้นอ่ะมึง แผนเรียกเรตตี้งรึไงผมแซวมันขำๆ นึกโล่งใจที่มันไม่ได้โกรธอย่างที่แอบหวั่น

ฮ่าๆ เปล่าครับ ยืนรอคุณแฟนอยู่ต่างหาก

กูนึกว่ามึงไปถ่ายแบบซะอีก

อื้ม ไปมาแล้วล่ะ ตอนเฟลไล่ผมออกมาผู้จัดการก็โทรมาเรียกตัวไปบอกว่ามีงานด่วน ถ่ายเสร็จก็กลับมารอเฟลอยู่ตรงนั้นชี้ไปตรงที่ผมเห็นมันยืนอยู่ตอนแรกแล้วโดดกอดผมหมับจับหมุนๆ อย่างมันเขี้ยว หวา~ ตัวคุณแฟนนุ่มนิ่มดีจัง อุ่นด้วย

แล้วทำไมมึงไม่เข้าไปรอข้างใน

ก็คุณแฟนงานยุ่งถ้าผมเข้าไปเดี๋ยวจะไปเกะกะคุณแฟนอีก คุณแฟนจะรำคาญเอาสิครับ

ผมหน้าเจื่อนลงรู้สึกผิดนิดหน่อยที่แอบนึกรำคาญมัน มึงเข้าไปนั่งรอเฉยๆ นิ่งๆ สิ กูไม่รำคาญหรอก

ไม่ได้อ่าครับ เห็นคุณแฟนทีไรอยากโดดตะครุบทุกที

ฟังคำตอบมันเถอะครับ น่าปล่อยให้รอนานอีกซักครึ่งชั่วโมง

อากาศมันหนาวเดี๋ยวหวัดแดรกหรอก แล้วนี่มารอนานมั้ยมึง

ไม่นานหรอกน่าคุณแฟนก็ ผมมายืนแป๊บเดียวคุณแฟนก็ออกมาแล้ว”  ว่าไปหน้าซุกซอกคอผมไป

โกหก...

ไอ้หน้ามึนมันกำลังโกหกผมอยู่...

ผมไม่ได้โง่ทำไมจะไม่รู้ว่ามันโกหกผม เสื้อกันหนาวที่มันใส่เย็นชืดเพราะละอองหมอกจากการตากลมหนาวเป็นเวลานาน ลมหายใจที่เย็นเยียบกำลังเป่ารดต้นคอผม ฝ่ามือขาวแดงเป็นปื้นเพราะลมหนาวบาดผิว แล้วแบบนี้จะให้ผมเชื่อได้ยังไงว่ามันเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน 

ผมมั่นใจว่ามันต้องมายืนรอผมนานเกินสองชั่วโมงแน่

มึนเริ่มหัดตอแหลกูตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้มึนผมว่าเสียงอุบอิบยกมือโอบตอบมันเบาๆ ก้มหน้าซุกกับอกแกร่งผ่านเสื้อผ้าเย็นๆ ของมัน อย่างน้อยไออุ่นจากตัวผมก็จะทำให้มันรู้สึกอุ่นขึ้นบ้าง

หืม? เฟลว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด

กูไม่ให้เข้าไปมึงก็กลับบ้านดิ ยืนโง่อยู่ข้างนอกทำไมอยากแข็งตายเหรอ

ไม่เป็นไรหรอกครับ ก็ผมน่ะ...

“?”

มาที่นี่เพื่อรอเจอเฟลนี่นา

ผมเงยหน้าขึ้นสบตามันในอกวูบโหวงปนวาบหวามแปลกๆ มันให้ความสำคัญกับผมแต่ผมดันทำตัวงี่เง่าไล่มันไปเพียงเพราะรำคาญ...

มันต้องมายืนรอผมท่ามกลางอากาศแทบจะติดลบแบบนี้ก็เพราะคำพูดพล่อยๆ ที่ผมพูดออกไปโดยไม่คิดไม่ไต่ตรอง แต่มันกลับใส่ใจและเก็บเอาทุกคำพูดของผมไปคิดเป็นจริงเป็นจัง...

ลึกๆ แล้วโคตรดีใจแต่ปากผมมันแข็งเกินกว่าจะพูดตามที่ใจคิดได้ สิ่งที่ออกจากปากเลยกลายเป็นเสียงแข็งๆ ปนดุแทน 

พูดเชี่ยไรของมึงไอ้บ้า ไม่ดีใจสักนิด

หน้าแดงใหญ่แล้วเฟล อายเหรอครับมันไม่สนคำพูดของผมแต่ยกมือขึ้นลูบแก้มผมแผ่วเบา

อากาศมันหนาว...

คุณแฟนเองก็ขี้โกหก...ใบหน้าของมันโน้มลงมาใกล้

“...”

คุณแฟนครับริมฝีกปากเย็นชืดแนบลงข้างแก้มจนผมสะดุ้งเฮือก

อะ อะไร

ขอจูบคุณแฟนได้มั้ยครับ

...100%... 
[ครบ]

ยังไม่ได้คุยกันเลย
คนเขียนชื่อเมลล์นะคะ นามปากกา N.P. Rabbit
ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมแขนด้วย หุหุ
ชอบไม่ชอบยังไงติชมได้ตามสบายจ้า ^^

1 ความคิดเห็น: