My Writer : Step Three
“...”
“นะครับ นะ ขอจูบคุณแฟนนะ”
“ไม่เอา”
“ทำไมล่ะ” ไอ้มึนอ้อนเสียงเครือซุกไซ้ไล่เล็มซอกคอผมไม่ห่าง “เราไม่ได้จูจุ๊บกันนานแล้วนะ
ตั้งแต่วันนั้นคุณแฟนก็ไม่ยอมให้ทำอีกเลย”
ฟังไม่ผิดหรอกครับตั้งแต่ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งวันนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเกินเลยกันไปมากกว่าการกอดหรือหอมแก้ม
ไม่ใช่ว่าไอ้มึนมันไม่ฉวยโอกาสนะครับแต่เป็นผมต่างหากล่ะที่ไม่เปิดโอกาสให้มันฉวยได้
“คุณแฟนอ่ะไม่ยอมเลย
ไม่รู้เหรอว่าผมคิดถึงลิ้นนุ่มๆ ปากหวานๆ ของคุณแฟนขนาดไหน”
ทำเหมือนขออนุญาตแต่ปากมันมาวนเวียนอยู่ข้างแก้มผมแล้วคาดว่าอีกไม่นานมันจะเลยเถิดมาที่ปากผมแน่นอน
เชี่ยนี่มันชอบทำให้เคลิ้มก่อนค่อยฉวยโอกาสแต่ขอโทษ
กูไม่เคลิ้มโว้ย
ผมดันหน้ามันออกตั้งท่าจะออกงิ้วเต็มที่แต่พอได้เห็นริมฝีปากสีม่วงจางของมันชัดๆ
ในระยะประชิดแล้วใจอ่อนชอบกล
ก็ผมเองไม่ใช่เหรอที่ทำให้มันต้องมายืนรอท่ามกลางอากาศหนาวแบบนี้ ทั้งๆ
ที่ตอนแรกปฏิเสธเสียงแข็งแต่พอเห็นปากมันซีกแล้วผมกลับเป็นฝ่ายโน้มคอมันลงมาประกบปากแทน
...ก็แค่อยากได้ริมฝีปากสีสวยของมันคืนมาเท่านั้นเอง...
ไอ้มึนมันอึ้งนิ่งค้างไปนิดหนึ่งเหมือนไม่เชื่อว่าผมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
พอผมขยับปลายลิ้นไล้กลีบปากสีคล้ำมันก็ตอบรับอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยครับ ไอ้มึนดันผมถอยล่นไปติดกำแพงด้านหลังสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นผมเป็นพลันวัน
มันดูเชี่ยวกับเรื่องนี้เสียจนลมหายใจผมสะดุดหมดแรงอ่อนยวบในอ้อมแขนมันดื้อๆ
“พะ พอแล้ว” ผมบอกเสียงหอบพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไอ้ออเวย์ทำท่าจะจูบซ้ำลงมาอีกครั้งแต่ผมดันหน้ามันไว้ “มากกว่านี้ห้าม”
“ผมยังไม่อิ่มครับเฟล” ไอ้มึนไม่ฟังยึดมือผมไปพันธนาการไว้ทั้งสองข้าง
ผมเม้มปากไม่ยอมให้มันสอดลิ้นเข้ามาง่ายๆ
ไอ้มึนครางหึ่มในลำคอเหมือนขัดใจอะไรสักอย่างลิ้นร้อนไล้วนดูดดุนกลีบปากผมพยายามจะแทรกลิ้นเข้ามาตามไรฟันผมให้ได้
“เฟลครับอ้าปากหน่อย” มันกระซิบอ้อนแตะนิ้วไล้กลีบปากที่เจ่อบวมของผม
“แลบลิ้นออกมาด้วยครับเฟล...”
ใจบอกให้ปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบรับสายตาถูกตรึงให้มองแต่ดวงตาคมไม่อาจละสายตาได้
ผมเผลอทำตามคำสั่งมันไปได้ยังไงไม่รู้
รู้แต่ว่าตอนนี้ปลายลิ้นที่ยื่นออกไปถูกดูดดึงให้เข้าไปพัวพันควานไซ้ในปากของมันแล้ว
ลิ้นผมค่อยๆ
หยอกเอินตอบสนองกับเรียวลิ้นร้อนแลกเอนไซม์กันจนแยกไม่ออกมาลิ้นใครเป็นของใคร
รสจูบอันแผ่วเบาอ่อนหวานแต่แรกเริ่มค่อยทวีคูณแปลเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเร่าร้อนตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า
ร่างสูงสมส่วนเบียดกายเข้ามาแนบชิดทุกสัดส่วน
กึ่งกลางลำตัวเสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าดังสวบสาบ
“อะ อื้ม...” ผมครางเสียงเครือในลำคอรู้สึกวาบหวามในอกจนร่างสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“บ้าจริง ทนไม่ไหวแล้ว”
เสียงทุ้งสบถอุบเหมือนดังลอยมาจากที่ไกลแสนไกล
ในสมองขาวโคลนไปหมดไม่สามารถรับรู้เรื่องราวใดๆ ได้แต่โอนอ่อนไปตามการชักนำของร่างสูง
สิ่งที่รับรู้มีเพียงสัมผัสร้อนจากมือแกร่งที่สอดเข้ามาลูบไล้หน้าท้องกับลิ้นอุ่นที่ละจากปากผมมาฝากร่องรอยความเป็นเจ้าของไว้บนลำคอ
“อ๊ะ”
ซิปกางเกงถูกรูดออกพร้อมฝ่ามือที่แทรกเข้าไปกอบกุมกลางลำตัวจนผมสะดุ้งเฮือกเผลอแอ่นกายเข้าหาโดยอัตโนมัติ
เสียงทุ้มครางพออกพอใจที่ผมไม่มีท่าทีขัดขืน
ไอ้ออเวย์ได้ใจใหญ่จับมือผมไปตะปบส่วนกึ่งกลางลำตัวที่แข็งขันสู้มือ
ใหญ่โคตร!
นั่นล่ะที่ทำให้ผมได้สติกลับคืนมาครบถ้วน
สลัดผัก! ใหญ่เต็มกำมือกูเลย
ผมพยายามจะชักมือออกแต่ไอ้มึนมันไม่ยอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอหลับตาพริ้มกดมือผมให้บดคลึงกับลูกชายมันต่อ
บอกได้อย่างเดียวอารมณ์ผมตอนนี้ไม่ได้โกรธแต่โคตรของความหมั่นไส้
แหม เคลิ้มใช่มั้ยมึง ได้...
อยากให้กูว่าวให้ใช่มั้ยมึง ได้...
คนอย่างไอ้เฟลไม่เคยขัดศรัทธาใคร!
หมับ
ด้วยความหมั่นไส้กับหน้าเคลิ้มฝันของมันผมเลยจัดการบีบลูกมันสุดแรงเลยครับ
ก็ผมมันคนดีเห็นไอ้นายแบบทำท่าเคลิ้มจะหลับแหล่มิหลับแหล่กลางถนนอย่างนี้ก็กลัวมันจะถูกรถทับตายเลยต้องรีบปลุกมันตื่นจากฝันไง
แหม ร้องจ๊ากหน้าเหยเกเลยนะครับคุณมึง
“เฟลอะ จะ ใจร้าย บีบหมับ จะ เจ็บ จุก น้องชายผม”
ท่าจะเจ็บจริงจุกจังเพราะไอ้นายแบบมันทรุดลงไปนั่งกุมเป้าพูดไม่เป็นภาษาแถมมีการส่งสายตาตัดพ้อปนละห้อยมาให้อีกแน่ะ
ส่วนผมก็จัดการรูดซิปดึงเสื้อลงส่งนิ้วกลางให้มันด้วยความสะใจสิครับ
เสือกมาฉวยโอกาสตอนกูเผลอทำไมล่ะ
“ง่ะ ยังไม่ได้อะไรเลยก็โดนสอยซะแล้วลูกพ่อ...” มันค้อนผมวงเบ้อเร่อแล้วนั่งเศร้านิ้วจิ้มพื้นสลับกับมองผมตาปรอย
มาอีกแล้วท่าเบสิกของมัน น่าสงสารชิบหาย...
แต่ครั้งนี้กูไม่ใจอ่อนโว้ยย
“ทั้งลูบทั้งคลำทั้งล้วงแล้วอะไรล่ะที่มึงบอกว่ายังไม่ได้”
“ก็ยังไม่ได้เสียบเลยอ่ะ...”
“เสียบพ่อง!?!”
ผมตบเกรียนมันไปอีกป๊าบถลึงตาดุอย่างเอาเรื่อง
นี่มึงกะสอยตูดกูเลยเหรอ
แทบจะส่งตีนให้ตบท้ายอีกรอบแล้วถ้าไอ้มึนมันไม่แบปากจะร้องไห้
เห็นแล้วโคตรสงสารอ่ะครับเลยตัดสินใจไม่เตะมันแล้ว
ผมก็เป็นอย่างนี้ล่ะกับไอ้มึนน่ะใจแข็งได้ไม่นานหรอก ยกมือขึ้นเสยผมแล้วออกเดินปล่อยไอ้ออเวย์มันนั่งจิ้มพื้นไปคนเดียวมัน
กลับบ้านดีกว่ากู หิวก็หิวง่วงก็ง่วงพรุ่งนี้ก็ต้องมาทำงานแต่เช้าอีก
“ไปไหนอ่ะครับคุณแฟน” มันร้องเสียงหลงแต่ยังไม่ยอมลุก
พ่อคงกะจะนั่งมันตรงนั้นจนกว่าผมจะยอมยกโทษให้
ว่าจะไม่สน ว่าจะไม่มอง แต่แล้วก็ทำไม่ได้
“นั่งทำป๊ามึงเหรอ กลับบ้านโว้ย”
แล้วมันก็ฉีกยิ้มจนตาหยีวิ่งหูตั้งห่างไกวตามหลังผมมาต้อยๆ
อย่างกับหมาตามเจ้าของก็ไม่ปาน
“รักคุณแฟนที่สุดเลย~”
“หวัดดีคร๊าบบบบ ทุกโคนนนน” เมื่อคืนหลับฝันดีว่าได้อึ๊บสาวโนตม(ผวนเอาเอง)วันนี้เลยดี๊ด้าลั้นลาเป็นพิเศษเปิดประตูสำนักงานพรวดเข้ามาโค้งตัวอย่างสวยงามยกมือพนมไหว้กราดทุกคนที่ขวางหน้า(คือทั้งสำนักงานผมอ่อนสุดแระ)
แล้วเวลาต่อมาใบหน้าอันสุดแสนจะสดใสพลันยู่ย่นดมฟุดดมฟิดหากลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อบอวลอยู่ในอากาศ
“ใครเอาหมาเน่ามาหมกไว้ในสำนักงานวะเฮีย” ผมโยนกระเป๋าไปกองรวมกับของคนอื่นแบบส่งๆ
อย่าถามถึงเรื่องความเป็นระเบียบเพราะสำนักงานนี้ไม่เคยมีมันอยู่ในหัว
“หมาเน่าไม่มี มีแต่พวกกูเนี่ยแหละเน่า” เฮียชินคว้าหัวผมไปซุกอกมัน
อื้อหือตาลายเลยกู
“เมื่อวานไม่อาบน้ำกันทั้งสำนักงานเลยเหรอวะ แมร่งซกมกยกแก๊งค์” ผมว่าเสียงอู้อี้พยายามแงะตัวเองออกจากเฮียชินแต่มันไม่ยอมครับ
นอกจากจะหัวเราะแล้วยังถูกไถหน้าผมกับเสื้อมันอีก
ได้ยินเสียงเชียร์บวกสบถด่าจากเพื่อนร่วมงานด้วยเป็นพักๆ
“เออพวกกูมันซกมกส่วนมึงมันคุณชายรักสะอาด”
“เอาแมร่งให้มันมีกลิ่นซกมกติดตัวเลยไอ้ชิน กูหมั่นไส้”
“ถึงซกมกแต่กูสวยไม่แคร์สื่อโว้ยยย”
“เชี่ยยยยย ไอ้เฮียชินปล่อยโว้ยผมกลัวจะเป็นไซนัสอักเสบ จมูกผมมันบอบบางเกินกว่าจะทนหมาเน่าที่ติดตัวเฮียได้”
ผมเป้หน้าตุ้ยท้องไอ้เฮียชินแล้วรีบถอยห่างกลัวเฮียมันเข้าคลุกวงในอีกรอบ
กวาดตามองสภาพคนอื่นๆ แล้วรู้ถึงที่มาของกลิ่นหมาเน่าที่ลอยตลบอยู่ในห้องได้เลย
ก็พวกมันยังอยู่ในชุดเมื่อวานอยู่เลยครับ
แต่ที่เหี้.ยสุดก็ไม่พ้นเฮียชินนี่แหละผมเผ้ารกรุงรังเหมือนไม่ได้ตัดมาชาติเศษหนวดเคราเขียวครึ้มอย่างกับป่าดงดิบ
เข้าใจว่าเฮียเซอร์แต่มันไม่เซอร์ไปหน่อยเรอะ เข้าข่ายซกมกแล้วนะโว้ย
ส่งสายตาเหยียดๆ
ไปให้ได้ไม่เท่าไหร่เฮียชินแมร่งไวเป็นลิงคว้าคอผมลากหลุนๆ มาหลังห้องห่างไกลผู้คน
ผมอ้าปากจะถามว่าเล่นไรของเฮียกูจะทำงานก็ต้องหุบฉับกับสายตาระริกระรี้ปนล้อเลียนที่เฮียบรรจงปั้นแต่งแล้วส่งมาให้
มันยิ้มแบบ ‘รู้นะ เค้ารู้นะตัวเธอ’ เห็นแล้วหัวใจกระตุกวูบรู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะ
ไม่บ่อยนักหรอกที่เฮียแกจะทำหน้ารู้ทันผมไปซะทุกเรื่องอย่างนี้
ผมเหลือบมองเฮียอย่างระแวงสุดๆ
กลิ่นหมาเน่าโชยมาเป็นระยะคล้ายเอฟเฟคประกอบเพื่อการลุ้นระทึก(?)
“มะ มีไรวะเฮีย”
เฮียชินหันซ้ายขวาเหมือนกลัวใครได้ยินแล้วกระแซะเข้ามากระซิบใกล้ๆ “เมื่อวานอ่ะ หน้าสำนักงานเมื่อวาน”
แล้วมันก็เดินผิวปากจากไปอย่างปกติทำตัวชิวเหมือนทุกทีที่ได้ได้แซวผม
แต่ผมไม่ปกติกับเฮียมันก็ตรงที่ ‘หน้าสำนักงาน’ เนี่ยแหละ
ก็เมื่อวานหน้าสำนักงานอ่ะ...
อ๊ากกกกกกกก
“เฮียชินนนนน!!” ผมโวยลั่นหน้าแดงเถือกถลาเข้าไปคว้าคอเฮียชินไว้ไม่ให้มันเดินหนี
อยากจะเติมไม้โทบนคำว่าเฮียซะให้รู้แล้วรู้รอด “อะไร เมื่อวานเฮียเห็นอะไรบอกผมม๊าาาา”
“ก็มึงกับพ่อนายแบบกำลังจะ...อุ๊บ อ่อยอูอะโอ้ย
(ปล่อยกูนะโวย)” ผมตะครุบปากเฮียชินที่กำลังแหกปากลั่นสำนักงานราวกับจะป่าวประกาศให้ทั้งโลกรับรู้เล่นเอาคนอื่นๆ
ในสำนักงานหันมาอย่างสนอกสนใจ
ผมโบกมือเป็นเชิงว่าไม่มีอะไรทุกคนเลยหันไปสนใจงานของตัวเองต่อ โชคดีจริงๆ ที่เพื่อนร่วมงานของผมไม่ใช่พวกชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน
“เปล่าจูบกันนะโว้ย”
ชะอุ้ย
ปากผมมันไปไวกว่าสมองอีกแล้วครับ
เห็นเฮียชินทำตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองชิบหายวายป่อง
หน้าเฮียแมร่งอึ้งซะขนาดนั้นก็แปลว่าเฮียมันไม่ได้เห็นฉากเด็ดน่ะสิ
กูร้อนตัวไปเอ้งงงงง
“ละ แล่ว แล่ว แล่ว แล่ววววว” เฮียมันดึงมือผมออกจากปากกระแซะมาซะติดแล้วส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้
“มึงพูดออกมาเองนะ
มึงพูดออกมาเองน้าาา กูไม่ได้ถามด้วย”
“กะ ก็เฮียแมร่งบอกว่า ‘กำลังจะ’ อ่ะ ผมก็นึกว่าเฮียหมายถึง ‘กำลังจูบ’ ดิวะ จ.จาน เหมือนกัน” ผมก้มหน้าบอกเสียงอุบอิบหัวใจเต้นตุ้มๆ
ต่อมๆ ไม่บอกนะว่าผมพูดด้วยสีหน้าแบบไหนเอาแค่ว่ามันร้อนพอจะปิ้งเนื้อสดๆ ให้สุกได้แล้วกัน
“คนมีชนักติดหลังก็เงี้ยว่ะ ....ร้อนตัว....”
เฮียมันยิ้มแฉ่งเหล่มองผมอย่างเหนือกว่า “เมื่อวานกูเห็นพ่อนายแบบสุดหล่อมายืนรอมึงอยู่หน้าสำนักงาน
ด้วยความเสือกกูก็เลยแอบดูเห็นมึงสองคน ‘กำลังจูงมือ’ กันกลับบ้าน วันนี้เลยกะมาแซวซะหน่อย
ที่ไหนได้แมร่งมีซำติงรองกันก่อนกูเห็นซะงั้น
นี่ถ้ากูออกมาเร็วกว่านั้นอีกนิดกูได้เห็นฉากเด็ดแน่ โคตรเสียดายว่ะ”
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กูขุดหลุมฝังตัวเองเข้าแล้วไง สรุปคือ ‘กำลังจะ’ ของไอ้เฮียชินมันคือ ‘กำลังจูงมือ” แต่ผมคิดไปไกลเป็น ‘กำลังจูบ’ แล้วเผยไต๋ให้เฮียโจมตีซะงั้น จะมีใครโง่กว่ากูอีกมั้ย
“มีดูดปากด้วยเว้ย แบบนี้มึงก็เป็นเกย์อ่ะดิ” เฮียมันถามตรงเป้าเลยเหมือนมีใครปักลูกดอกอาบยาพิษลงกลางอกดังจึก
ถามว่าเป็นเกย์มั้ยผมไม่รู้ ผมยังมองขาขาวๆ อกโตๆ
ของผู้หญิงแล้วคึกอยู่ แต่จูบของไอ้มึนผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไร...
“มะ ไม่รู้ว่ะเฮีย”
“เอาเถอะ กูก็แค่แหย่เล่นไปงั้น อย่าคิดมากดิวะ” เฮียตบหลังผมป้าบๆ มือโคตรหนักเลยว่ะ
ถ้าจะขนาดนี้ผมเสนอให้เอากระดาษขนาดA4 เป็นริมใกล้ๆ นั่นฟากเถอะ
ความเจ็บที่ผมได้รับมันคงหนีห่างกันไม่มากนัก
“แล้วถ้าเกิดว่าผมเป็น... เฮียไม่รังเกียจเหรอ”
“มึงจะเป็นอะไร ยังไงสุดท้ายมึงก็คือมึงอยู่ดีว่ะ
เครียดเชี่ยไรนักหนา” เฮียชินยัดลูกอมใส่มือผมแล้วบุ้ยใบ้ไปทางหน้าต่างที่มีไอ้หน้าหล่อหุ่นเพอร์เฟคเดินหน้านิ่งฝ่าวงล้อมสาวๆ
มาทางสำนักงาน “ผัวมึงมานั่นแล้วว่ะ”
“เดี๋ยวเฮีย”
ผมเรียกไว้ตอนี้มองมองข้ามคำว่าผัวไปก่อนผมกังวลเรื่องอื่นมากกว่า “เรื่องจูบ...มีใครรู้อีกมั้ย”
“นอกจากกูแล้วคนอื่นคิดว่าไม่มี
ไม่ต้องห่วงกูไม่บอกใครหรอก” เฮียชินมันเดินจากไปแล้วครับ
แผ่นหลังกว้างที่ผมเห็นให้ความรู้สึกพึ่งพาและไว้ใจได้อย่างบอกไม่ถูก
เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่าเฮียชินโคตรเท...
“ผัวเมียคู่นี้มันห่างกันเกินสิบสองชั่วโมงแล้วจะตายห่าเหรอวะ
คนโสดหาเมียไม่ได้อย่างกูไม่เข้าจาย~”
...เกือบละ...
กูเกือบซึ้งละ
ผมขยำกระดาษเป็นก้อนกลมแล้วเขวี้ยงใส่แต่เฮียมันเสือกหลบได้แถมหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนผมอีก
“จ้างให้ก็ไม่โดน แบร่~”
“ปัญญาอ่อนแถมซกมกอย่างเฮียใครจะเอามาทำพันธ์”
แล้วผมก็ได้นิ้วกลางตอบกลับมาเป็นคำขอบคุณที่อุตส่าห์ให้กำลังใจ
ประตูสำนักงานเปิดออกร่างสูงของไอ้มึนปรากฏ
มันสอดส่องสายตาเหมือนหาอะไรบางอย่างแล้วหน้านิ่งๆ
ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีที่เห็นผม มันวิ่งร่าเข้ามาและตามสเต็ปหอมฟอดอ้าแขนกอดหมับจับหมุนๆ
แล้วตั้งวางไว้ที่เดิม นับวันกูยิ่งเหมือนตุ๊กตาให้มันจับฟัดจับกด
“คุณแฟนครับบ่ายนี้ผมว่างคุณแฟนโดดงานไปเดินห้างกับผมนะ”
ป๊าบ
จัดการตบเกรียนมันไปทีหนึ่งโทษฐานหมั่นไส้หน้ายิ้มๆ ของมัน ทำงามหน้าอะไรไว้ไม่เคยสำนึกแล้วยังมีหน้ามาชวนกูหนีงานอีก
ดีนะไม่มีคนอื่นรู้นอกจากเฮียชินไม่งั้นอนาคตดับวูบแน่มึง ทำอะไรประเจิดประเจ้อ(โทษมันคนเดียวผมไม่ผิด
ใครใช้ให้มันทำเลยเถิดล่ะ)
“เพราะมึงคนเดียว”
“อะไรอ่ะครับคุณแฟนผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“มึงแหละผิด”
ผมชี้หน้าคาดโทษวาดขาเตะตูดมันอีกที ไอ้มึนโดดหลบเหยงทำหน้าอ้อนตีนวิ่งดุ๊กดิ๊กตามมาพันแข้งพันขาอย่างไม่เข็ดหลาบ
“คุณแฟนโกรธอะไรอ่ะครับ
เค้าเปล่าทำอะไรผิดนะสาบาน”
“คราวหลังอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้ออีกนะ”
ไอ้มึนเบ้ปากกอดอกเชิดหน้าทำมึนไม่เข้าใจแล้วทำท่าจะเข้ามาดูดปากผมให้ได้แต่คราวนี้ผมเครียดจริงไม่เล่นด้วย
“มึงเป็นดาราถ้าคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดี
กูไม่อยากให้มึงเป็นข่าวหน้าหนึ่งเรตติ้งตก งานถูกแคนเซิลแล้วหมดอนาคตในวงการ มึงยังไปได้อีกไกล”
“ครับ”
มันเลิกเล่นกลับไปยืนรับคำอย่างเรียบร้อยเมื่อเห็นผมจริงจัง มันคงรู้แหละครับว่าผมหมายถึงเรื่องเมื่อคืนและเรื่องที่มันชอบมาทำลุ่มล่ามกับผม
“เข้าใจก็ดีแล้ว
นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้นะมึงกูจะไปทำงานแล้วบ่ายนี้กูยอมหนีงานไปเที่ยวกับมึงเลยเอ้า”
ผมใจปล้ำบอกมันไปได้แอบเห็นเฮียชินกับคนอื่นๆ ขมุบขมิบปากแต่ไม่กล้าด่าผมตรงๆ
เพราะกลัวไอ้มึนกัด ก็มันรักเจ้านายยิ่งชีพอ่ะครับเลยกัดทุกคนที่กล้าแหยมกับเจ้าของ
“ครับ”
รับคำหย่อนตูดลงนั่งที่มุมห้องเงียบๆ อย่ารอคอย
ผมโล่งใจที่มันยอมทำตามที่สั่งง่ายๆ
ไม่ดื้อไม่ซนแม้ตาจะมองตามผมไปทุกที่ก็ตาม
แต่ผมคงลืมไปอย่างว่าจะสั่งอะไรมันผมสั่งได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว
เรื่องที่ห้ามมันตามฟัดตามกอดผมไงล่ะ!
“ไอ้งูเหลือม!
กูบอกว่าอย่ามาประเจิดประเจ้อ”
ผมแหวใส่อย่างเอาเรื่องไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีไอ้มึนก็ตามมาพันแข้งพันขาผมอีกแล้ว
“เรื่องชื่อเสียงภาพพจน์อะไรนั่นไม่มีผมก็ไม่ตาย
แต่ถ้าไม่ได้กอดเฟลไม่มีเฟลอยู่ข้างๆ...”
“...”
“ผมอยู่ไม่ได้”
....100%...
[ครบ]
[ครบ]
อิมเมจของสองหนุ่มก็ขอเป็น เจลอว์&คิริโอะ แล้วกันนะคะ หุหุ

หวานเกิ๊นนน >///<
ตอบลบ