วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

My Writer : Step Three



My Writer : Step Three


“...”

นะครับ นะ ขอจูบคุณแฟนนะ

ไม่เอา

ทำไมล่ะไอ้มึนอ้อนเสียงเครือซุกไซ้ไล่เล็มซอกคอผมไม่ห่าง เราไม่ได้จูจุ๊บกันนานแล้วนะ ตั้งแต่วันนั้นคุณแฟนก็ไม่ยอมให้ทำอีกเลย

ฟังไม่ผิดหรอกครับตั้งแต่ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งวันนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเกินเลยกันไปมากกว่าการกอดหรือหอมแก้ม ไม่ใช่ว่าไอ้มึนมันไม่ฉวยโอกาสนะครับแต่เป็นผมต่างหากล่ะที่ไม่เปิดโอกาสให้มันฉวยได้

คุณแฟนอ่ะไม่ยอมเลย ไม่รู้เหรอว่าผมคิดถึงลิ้นนุ่มๆ ปากหวานๆ ของคุณแฟนขนาดไหน

ทำเหมือนขออนุญาตแต่ปากมันมาวนเวียนอยู่ข้างแก้มผมแล้วคาดว่าอีกไม่นานมันจะเลยเถิดมาที่ปากผมแน่นอน เชี่ยนี่มันชอบทำให้เคลิ้มก่อนค่อยฉวยโอกาสแต่ขอโทษ

กูไม่เคลิ้มโว้ย

ผมดันหน้ามันออกตั้งท่าจะออกงิ้วเต็มที่แต่พอได้เห็นริมฝีปากสีม่วงจางของมันชัดๆ ในระยะประชิดแล้วใจอ่อนชอบกล ก็ผมเองไม่ใช่เหรอที่ทำให้มันต้องมายืนรอท่ามกลางอากาศหนาวแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกปฏิเสธเสียงแข็งแต่พอเห็นปากมันซีกแล้วผมกลับเป็นฝ่ายโน้มคอมันลงมาประกบปากแทน

...ก็แค่อยากได้ริมฝีปากสีสวยของมันคืนมาเท่านั้นเอง...

ไอ้มึนมันอึ้งนิ่งค้างไปนิดหนึ่งเหมือนไม่เชื่อว่าผมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน พอผมขยับปลายลิ้นไล้กลีบปากสีคล้ำมันก็ตอบรับอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยครับ ไอ้มึนดันผมถอยล่นไปติดกำแพงด้านหลังสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นผมเป็นพลันวัน มันดูเชี่ยวกับเรื่องนี้เสียจนลมหายใจผมสะดุดหมดแรงอ่อนยวบในอ้อมแขนมันดื้อๆ

พะ พอแล้วผมบอกเสียงหอบพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไอ้ออเวย์ทำท่าจะจูบซ้ำลงมาอีกครั้งแต่ผมดันหน้ามันไว้ มากกว่านี้ห้าม

ผมยังไม่อิ่มครับเฟลไอ้มึนไม่ฟังยึดมือผมไปพันธนาการไว้ทั้งสองข้าง ผมเม้มปากไม่ยอมให้มันสอดลิ้นเข้ามาง่ายๆ ไอ้มึนครางหึ่มในลำคอเหมือนขัดใจอะไรสักอย่างลิ้นร้อนไล้วนดูดดุนกลีบปากผมพยายามจะแทรกลิ้นเข้ามาตามไรฟันผมให้ได้

เฟลครับอ้าปากหน่อยมันกระซิบอ้อนแตะนิ้วไล้กลีบปากที่เจ่อบวมของผม แลบลิ้นออกมาด้วยครับเฟล...

ใจบอกให้ปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบรับสายตาถูกตรึงให้มองแต่ดวงตาคมไม่อาจละสายตาได้ ผมเผลอทำตามคำสั่งมันไปได้ยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ปลายลิ้นที่ยื่นออกไปถูกดูดดึงให้เข้าไปพัวพันควานไซ้ในปากของมันแล้ว ลิ้นผมค่อยๆ หยอกเอินตอบสนองกับเรียวลิ้นร้อนแลกเอนไซม์กันจนแยกไม่ออกมาลิ้นใครเป็นของใคร รสจูบอันแผ่วเบาอ่อนหวานแต่แรกเริ่มค่อยทวีคูณแปลเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเร่าร้อนตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ร่างสูงสมส่วนเบียดกายเข้ามาแนบชิดทุกสัดส่วน กึ่งกลางลำตัวเสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าดังสวบสาบ

อะ อื้ม...ผมครางเสียงเครือในลำคอรู้สึกวาบหวามในอกจนร่างสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

บ้าจริง ทนไม่ไหวแล้ว” 

เสียงทุ้งสบถอุบเหมือนดังลอยมาจากที่ไกลแสนไกล ในสมองขาวโคลนไปหมดไม่สามารถรับรู้เรื่องราวใดๆ ได้แต่โอนอ่อนไปตามการชักนำของร่างสูง สิ่งที่รับรู้มีเพียงสัมผัสร้อนจากมือแกร่งที่สอดเข้ามาลูบไล้หน้าท้องกับลิ้นอุ่นที่ละจากปากผมมาฝากร่องรอยความเป็นเจ้าของไว้บนลำคอ 

อ๊ะ” 

ซิปกางเกงถูกรูดออกพร้อมฝ่ามือที่แทรกเข้าไปกอบกุมกลางลำตัวจนผมสะดุ้งเฮือกเผลอแอ่นกายเข้าหาโดยอัตโนมัติ เสียงทุ้มครางพออกพอใจที่ผมไม่มีท่าทีขัดขืน ไอ้ออเวย์ได้ใจใหญ่จับมือผมไปตะปบส่วนกึ่งกลางลำตัวที่แข็งขันสู้มือ

ใหญ่โคตร!

นั่นล่ะที่ทำให้ผมได้สติกลับคืนมาครบถ้วน 

สลัดผัก! ใหญ่เต็มกำมือกูเลย 

ผมพยายามจะชักมือออกแต่ไอ้มึนมันไม่ยอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอหลับตาพริ้มกดมือผมให้บดคลึงกับลูกชายมันต่อ บอกได้อย่างเดียวอารมณ์ผมตอนนี้ไม่ได้โกรธแต่โคตรของความหมั่นไส้

แหม เคลิ้มใช่มั้ยมึง ได้...

อยากให้กูว่าวให้ใช่มั้ยมึง ได้...

คนอย่างไอ้เฟลไม่เคยขัดศรัทธาใคร!

หมับ

ด้วยความหมั่นไส้กับหน้าเคลิ้มฝันของมันผมเลยจัดการบีบลูกมันสุดแรงเลยครับ ก็ผมมันคนดีเห็นไอ้นายแบบทำท่าเคลิ้มจะหลับแหล่มิหลับแหล่กลางถนนอย่างนี้ก็กลัวมันจะถูกรถทับตายเลยต้องรีบปลุกมันตื่นจากฝันไง แหม ร้องจ๊ากหน้าเหยเกเลยนะครับคุณมึง

เฟลอะ จะ ใจร้าย บีบหมับ จะ เจ็บ จุก น้องชายผม

ท่าจะเจ็บจริงจุกจังเพราะไอ้นายแบบมันทรุดลงไปนั่งกุมเป้าพูดไม่เป็นภาษาแถมมีการส่งสายตาตัดพ้อปนละห้อยมาให้อีกแน่ะ ส่วนผมก็จัดการรูดซิปดึงเสื้อลงส่งนิ้วกลางให้มันด้วยความสะใจสิครับ เสือกมาฉวยโอกาสตอนกูเผลอทำไมล่ะ

      “ง่ะ ยังไม่ได้อะไรเลยก็โดนสอยซะแล้วลูกพ่อ...มันค้อนผมวงเบ้อเร่อแล้วนั่งเศร้านิ้วจิ้มพื้นสลับกับมองผมตาปรอย มาอีกแล้วท่าเบสิกของมัน น่าสงสารชิบหาย...

แต่ครั้งนี้กูไม่ใจอ่อนโว้ยย

ทั้งลูบทั้งคลำทั้งล้วงแล้วอะไรล่ะที่มึงบอกว่ายังไม่ได้

ก็ยังไม่ได้เสียบเลยอ่ะ...

เสียบพ่อง!?!”

ผมตบเกรียนมันไปอีกป๊าบถลึงตาดุอย่างเอาเรื่อง นี่มึงกะสอยตูดกูเลยเหรอ แทบจะส่งตีนให้ตบท้ายอีกรอบแล้วถ้าไอ้มึนมันไม่แบปากจะร้องไห้ เห็นแล้วโคตรสงสารอ่ะครับเลยตัดสินใจไม่เตะมันแล้ว ผมก็เป็นอย่างนี้ล่ะกับไอ้มึนน่ะใจแข็งได้ไม่นานหรอก ยกมือขึ้นเสยผมแล้วออกเดินปล่อยไอ้ออเวย์มันนั่งจิ้มพื้นไปคนเดียวมัน 

กลับบ้านดีกว่ากู หิวก็หิวง่วงก็ง่วงพรุ่งนี้ก็ต้องมาทำงานแต่เช้าอีก

ไปไหนอ่ะครับคุณแฟนมันร้องเสียงหลงแต่ยังไม่ยอมลุก พ่อคงกะจะนั่งมันตรงนั้นจนกว่าผมจะยอมยกโทษให้

ว่าจะไม่สน ว่าจะไม่มอง แต่แล้วก็ทำไม่ได้

นั่งทำป๊ามึงเหรอ กลับบ้านโว้ย

แล้วมันก็ฉีกยิ้มจนตาหยีวิ่งหูตั้งห่างไกวตามหลังผมมาต้อยๆ อย่างกับหมาตามเจ้าของก็ไม่ปาน

รักคุณแฟนที่สุดเลย~”




“หวัดดีคร๊าบบบบ ทุกโคนนนน” เมื่อคืนหลับฝันดีว่าได้อึ๊บสาวโนตม(ผวนเอาเอง)วันนี้เลยดี๊ด้าลั้นลาเป็นพิเศษเปิดประตูสำนักงานพรวดเข้ามาโค้งตัวอย่างสวยงามยกมือพนมไหว้กราดทุกคนที่ขวางหน้า(คือทั้งสำนักงานผมอ่อนสุดแระ) แล้วเวลาต่อมาใบหน้าอันสุดแสนจะสดใสพลันยู่ย่นดมฟุดดมฟิดหากลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อบอวลอยู่ในอากาศ 

“ใครเอาหมาเน่ามาหมกไว้ในสำนักงานวะเฮีย” ผมโยนกระเป๋าไปกองรวมกับของคนอื่นแบบส่งๆ อย่าถามถึงเรื่องความเป็นระเบียบเพราะสำนักงานนี้ไม่เคยมีมันอยู่ในหัว

“หมาเน่าไม่มี มีแต่พวกกูเนี่ยแหละเน่า” เฮียชินคว้าหัวผมไปซุกอกมัน 

อื้อหือตาลายเลยกู

“เมื่อวานไม่อาบน้ำกันทั้งสำนักงานเลยเหรอวะ แมร่งซกมกยกแก๊งค์” ผมว่าเสียงอู้อี้พยายามแงะตัวเองออกจากเฮียชินแต่มันไม่ยอมครับ นอกจากจะหัวเราะแล้วยังถูกไถหน้าผมกับเสื้อมันอีก ได้ยินเสียงเชียร์บวกสบถด่าจากเพื่อนร่วมงานด้วยเป็นพักๆ

“เออพวกกูมันซกมกส่วนมึงมันคุณชายรักสะอาด”

“เอาแมร่งให้มันมีกลิ่นซกมกติดตัวเลยไอ้ชิน กูหมั่นไส้”

“ถึงซกมกแต่กูสวยไม่แคร์สื่อโว้ยยย”

“เชี่ยยยยย ไอ้เฮียชินปล่อยโว้ยผมกลัวจะเป็นไซนัสอักเสบ จมูกผมมันบอบบางเกินกว่าจะทนหมาเน่าที่ติดตัวเฮียได้” ผมเป้หน้าตุ้ยท้องไอ้เฮียชินแล้วรีบถอยห่างกลัวเฮียมันเข้าคลุกวงในอีกรอบ

กวาดตามองสภาพคนอื่นๆ แล้วรู้ถึงที่มาของกลิ่นหมาเน่าที่ลอยตลบอยู่ในห้องได้เลย ก็พวกมันยังอยู่ในชุดเมื่อวานอยู่เลยครับ แต่ที่เหี้.ยสุดก็ไม่พ้นเฮียชินนี่แหละผมเผ้ารกรุงรังเหมือนไม่ได้ตัดมาชาติเศษหนวดเคราเขียวครึ้มอย่างกับป่าดงดิบ เข้าใจว่าเฮียเซอร์แต่มันไม่เซอร์ไปหน่อยเรอะ เข้าข่ายซกมกแล้วนะโว้ย

ส่งสายตาเหยียดๆ ไปให้ได้ไม่เท่าไหร่เฮียชินแมร่งไวเป็นลิงคว้าคอผมลากหลุนๆ มาหลังห้องห่างไกลผู้คน ผมอ้าปากจะถามว่าเล่นไรของเฮียกูจะทำงานก็ต้องหุบฉับกับสายตาระริกระรี้ปนล้อเลียนที่เฮียบรรจงปั้นแต่งแล้วส่งมาให้ 

มันยิ้มแบบ ‘รู้นะ เค้ารู้นะตัวเธอ’ เห็นแล้วหัวใจกระตุกวูบรู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะ ไม่บ่อยนักหรอกที่เฮียแกจะทำหน้ารู้ทันผมไปซะทุกเรื่องอย่างนี้ ผมเหลือบมองเฮียอย่างระแวงสุดๆ กลิ่นหมาเน่าโชยมาเป็นระยะคล้ายเอฟเฟคประกอบเพื่อการลุ้นระทึก(?) 

“มะ มีไรวะเฮีย” 

เฮียชินหันซ้ายขวาเหมือนกลัวใครได้ยินแล้วกระแซะเข้ามากระซิบใกล้ๆ เมื่อวานอ่ะ หน้าสำนักงานเมื่อวาน” 

แล้วมันก็เดินผิวปากจากไปอย่างปกติทำตัวชิวเหมือนทุกทีที่ได้ได้แซวผม แต่ผมไม่ปกติกับเฮียมันก็ตรงที่ หน้าสำนักงานเนี่ยแหละ

ก็เมื่อวานหน้าสำนักงานอ่ะ...

อ๊ากกกกกกกก

เฮียชินนนนน!!ผมโวยลั่นหน้าแดงเถือกถลาเข้าไปคว้าคอเฮียชินไว้ไม่ให้มันเดินหนี อยากจะเติมไม้โทบนคำว่าเฮียซะให้รู้แล้วรู้รอด อะไร เมื่อวานเฮียเห็นอะไรบอกผมม๊าาาา

ก็มึงกับพ่อนายแบบกำลังจะ...อุ๊บ อ่อยอูอะโอ้ย (ปล่อยกูนะโวย)ผมตะครุบปากเฮียชินที่กำลังแหกปากลั่นสำนักงานราวกับจะป่าวประกาศให้ทั้งโลกรับรู้เล่นเอาคนอื่นๆ ในสำนักงานหันมาอย่างสนอกสนใจ ผมโบกมือเป็นเชิงว่าไม่มีอะไรทุกคนเลยหันไปสนใจงานของตัวเองต่อ โชคดีจริงๆ ที่เพื่อนร่วมงานของผมไม่ใช่พวกชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน

เปล่าจูบกันนะโว้ย” 

ชะอุ้ย ปากผมมันไปไวกว่าสมองอีกแล้วครับ เห็นเฮียชินทำตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองชิบหายวายป่อง 

หน้าเฮียแมร่งอึ้งซะขนาดนั้นก็แปลว่าเฮียมันไม่ได้เห็นฉากเด็ดน่ะสิ กูร้อนตัวไปเอ้งงงงง

ละ แล่ว แล่ว แล่ว แล่วววววเฮียมันดึงมือผมออกจากปากกระแซะมาซะติดแล้วส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ มึงพูดออกมาเองนะ มึงพูดออกมาเองน้าาา กูไม่ได้ถามด้วย

กะ ก็เฮียแมร่งบอกว่า กำลังจะอ่ะ ผมก็นึกว่าเฮียหมายถึง กำลังจูบดิวะ จ.จาน เหมือนกันผมก้มหน้าบอกเสียงอุบอิบหัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่บอกนะว่าผมพูดด้วยสีหน้าแบบไหนเอาแค่ว่ามันร้อนพอจะปิ้งเนื้อสดๆ ให้สุกได้แล้วกัน

คนมีชนักติดหลังก็เงี้ยว่ะ ....ร้อนตัว....” เฮียมันยิ้มแฉ่งเหล่มองผมอย่างเหนือกว่า เมื่อวานกูเห็นพ่อนายแบบสุดหล่อมายืนรอมึงอยู่หน้าสำนักงาน ด้วยความเสือกกูก็เลยแอบดูเห็นมึงสองคน กำลังจูงมือกันกลับบ้าน วันนี้เลยกะมาแซวซะหน่อย ที่ไหนได้แมร่งมีซำติงรองกันก่อนกูเห็นซะงั้น นี่ถ้ากูออกมาเร็วกว่านั้นอีกนิดกูได้เห็นฉากเด็ดแน่ โคตรเสียดายว่ะ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กูขุดหลุมฝังตัวเองเข้าแล้วไง สรุปคือ กำลังจะของไอ้เฮียชินมันคือ กำลังจูงมือแต่ผมคิดไปไกลเป็น กำลังจูบแล้วเผยไต๋ให้เฮียโจมตีซะงั้น จะมีใครโง่กว่ากูอีกมั้ย

มีดูดปากด้วยเว้ย แบบนี้มึงก็เป็นเกย์อ่ะดิ เฮียมันถามตรงเป้าเลยเหมือนมีใครปักลูกดอกอาบยาพิษลงกลางอกดังจึก 

ถามว่าเป็นเกย์มั้ยผมไม่รู้ ผมยังมองขาขาวๆ อกโตๆ ของผู้หญิงแล้วคึกอยู่ แต่จูบของไอ้มึนผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไร...

มะ ไม่รู้ว่ะเฮีย

เอาเถอะ กูก็แค่แหย่เล่นไปงั้น อย่าคิดมากดิวะเฮียตบหลังผมป้าบๆ มือโคตรหนักเลยว่ะ ถ้าจะขนาดนี้ผมเสนอให้เอากระดาษขนาดA4 เป็นริมใกล้ๆ นั่นฟากเถอะ ความเจ็บที่ผมได้รับมันคงหนีห่างกันไม่มากนัก

แล้วถ้าเกิดว่าผมเป็น... เฮียไม่รังเกียจเหรอ

มึงจะเป็นอะไร ยังไงสุดท้ายมึงก็คือมึงอยู่ดีว่ะ เครียดเชี่ยไรนักหนาเฮียชินยัดลูกอมใส่มือผมแล้วบุ้ยใบ้ไปทางหน้าต่างที่มีไอ้หน้าหล่อหุ่นเพอร์เฟคเดินหน้านิ่งฝ่าวงล้อมสาวๆ มาทางสำนักงาน ผัวมึงมานั่นแล้วว่ะ

“เดี๋ยวเฮีย” ผมเรียกไว้ตอนี้มองมองข้ามคำว่าผัวไปก่อนผมกังวลเรื่องอื่นมากกว่า “เรื่องจูบ...มีใครรู้อีกมั้ย”

“นอกจากกูแล้วคนอื่นคิดว่าไม่มี ไม่ต้องห่วงกูไม่บอกใครหรอก” เฮียชินมันเดินจากไปแล้วครับ แผ่นหลังกว้างที่ผมเห็นให้ความรู้สึกพึ่งพาและไว้ใจได้อย่างบอกไม่ถูก

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่าเฮียชินโคตรเท...

ผัวเมียคู่นี้มันห่างกันเกินสิบสองชั่วโมงแล้วจะตายห่าเหรอวะ คนโสดหาเมียไม่ได้อย่างกูไม่เข้าจาย~”

...เกือบละ... กูเกือบซึ้งละ 

ผมขยำกระดาษเป็นก้อนกลมแล้วเขวี้ยงใส่แต่เฮียมันเสือกหลบได้แถมหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนผมอีก “จ้างให้ก็ไม่โดน แบร่~

“ปัญญาอ่อนแถมซกมกอย่างเฮียใครจะเอามาทำพันธ์” 

แล้วผมก็ได้นิ้วกลางตอบกลับมาเป็นคำขอบคุณที่อุตส่าห์ให้กำลังใจ
ประตูสำนักงานเปิดออกร่างสูงของไอ้มึนปรากฏ มันสอดส่องสายตาเหมือนหาอะไรบางอย่างแล้วหน้านิ่งๆ ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีที่เห็นผม มันวิ่งร่าเข้ามาและตามสเต็ปหอมฟอดอ้าแขนกอดหมับจับหมุนๆ แล้วตั้งวางไว้ที่เดิม นับวันกูยิ่งเหมือนตุ๊กตาให้มันจับฟัดจับกด

คุณแฟนครับบ่ายนี้ผมว่างคุณแฟนโดดงานไปเดินห้างกับผมนะ

ป๊าบ จัดการตบเกรียนมันไปทีหนึ่งโทษฐานหมั่นไส้หน้ายิ้มๆ ของมัน ทำงามหน้าอะไรไว้ไม่เคยสำนึกแล้วยังมีหน้ามาชวนกูหนีงานอีก ดีนะไม่มีคนอื่นรู้นอกจากเฮียชินไม่งั้นอนาคตดับวูบแน่มึง ทำอะไรประเจิดประเจ้อ(โทษมันคนเดียวผมไม่ผิด ใครใช้ให้มันทำเลยเถิดล่ะ)

“เพราะมึงคนเดียว”

“อะไรอ่ะครับคุณแฟนผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

“มึงแหละผิด” ผมชี้หน้าคาดโทษวาดขาเตะตูดมันอีกที ไอ้มึนโดดหลบเหยงทำหน้าอ้อนตีนวิ่งดุ๊กดิ๊กตามมาพันแข้งพันขาอย่างไม่เข็ดหลาบ

“คุณแฟนโกรธอะไรอ่ะครับ เค้าเปล่าทำอะไรผิดนะสาบาน”

“คราวหลังอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้ออีกนะ” ไอ้มึนเบ้ปากกอดอกเชิดหน้าทำมึนไม่เข้าใจแล้วทำท่าจะเข้ามาดูดปากผมให้ได้แต่คราวนี้ผมเครียดจริงไม่เล่นด้วย “มึงเป็นดาราถ้าคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดี กูไม่อยากให้มึงเป็นข่าวหน้าหนึ่งเรตติ้งตก งานถูกแคนเซิลแล้วหมดอนาคตในวงการ มึงยังไปได้อีกไกล”

“ครับ” มันเลิกเล่นกลับไปยืนรับคำอย่างเรียบร้อยเมื่อเห็นผมจริงจัง มันคงรู้แหละครับว่าผมหมายถึงเรื่องเมื่อคืนและเรื่องที่มันชอบมาทำลุ่มล่ามกับผม

“เข้าใจก็ดีแล้ว นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้นะมึงกูจะไปทำงานแล้วบ่ายนี้กูยอมหนีงานไปเที่ยวกับมึงเลยเอ้า” ผมใจปล้ำบอกมันไปได้แอบเห็นเฮียชินกับคนอื่นๆ ขมุบขมิบปากแต่ไม่กล้าด่าผมตรงๆ เพราะกลัวไอ้มึนกัด ก็มันรักเจ้านายยิ่งชีพอ่ะครับเลยกัดทุกคนที่กล้าแหยมกับเจ้าของ

“ครับ” รับคำหย่อนตูดลงนั่งที่มุมห้องเงียบๆ อย่ารอคอย

ผมโล่งใจที่มันยอมทำตามที่สั่งง่ายๆ ไม่ดื้อไม่ซนแม้ตาจะมองตามผมไปทุกที่ก็ตาม แต่ผมคงลืมไปอย่างว่าจะสั่งอะไรมันผมสั่งได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว เรื่องที่ห้ามมันตามฟัดตามกอดผมไงล่ะ!

“ไอ้งูเหลือม! กูบอกว่าอย่ามาประเจิดประเจ้อ” ผมแหวใส่อย่างเอาเรื่องไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีไอ้มึนก็ตามมาพันแข้งพันขาผมอีกแล้ว

“เรื่องชื่อเสียงภาพพจน์อะไรนั่นไม่มีผมก็ไม่ตาย แต่ถ้าไม่ได้กอดเฟลไม่มีเฟลอยู่ข้างๆ...”

“...”

“ผมอยู่ไม่ได้”

....100%...
[ครบ]

อิมเมจของสองหนุ่มก็ขอเป็น เจลอว์&คิริโอะ แล้วกันนะคะ หุหุ
 

1 ความคิดเห็น: