My Writer : Step Fort
“แล้วมึงจะทิ้งงานเหรอออเวย์”
ผมถามเสียงนิ่งไอ้ออเวย์ชะงักก้มหน้านิ่ง
รอบข้างเริ่มเงียบเพราะบรรยากาศที่ฮึมครึมขึ้นฉับพลัน
“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบให้มึงทำอะไรเหมือนแค่ทำเล่นๆ สักแต่ว่าทำ
ถ้ามึงไม่รักงานถ่ายแบบที่กำลังทำอยู่ก็เลิกซะ”
“ก็ได้...
ผมจะเลิก”
“ไอ้ควาย!”
ผมซักหมัดใส่ไหล่มันเต็มแรง
ความจริงอยากจะซัดหน้ามันไปเลยด้วยซ้ำถ้าไม่เพราะว่าเกิดหน้ามันเป็นแผลขึ้นมาแล้วจะเป็นเรื่อง
“กูประชด! มึงจะเลิกได้ยังไงก็ในเมื่อมึงเองที่เป็นคนเดินมาบอกกูว่าจะเข้าวงการ
ชอบขนาดนั้นแท้ๆ มึงจะเลิกเพื่อกูรึไงไอ้โง่!”
“ผมไม่ได้ชอบ!”
ไอ้ออเวย์ตะโกนกลับ
“แล้วมึงทำทำไมอยู่ได้ตั้งเป็นสิบๆ
ปีถ้าไม่ชอบ!”
“เพราะตอนนั้นเฟลบอกว่าชอบนายแบบ!
พอมีคนมาทาบทามผมถึงทำไงล่ะ! ถ้ารู้ว่าทำแล้วต้องแยกจากกันนานขนาดนั้นให้ตายก็ไม่ทำหรอก!”
“แล้วทำไมไม่เลิก...”
ผมถามเสียงแผ่วยอมรับว่าอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน อารมณ์พลันวูบลงทันทีเมื่อนึกไปถึงเรื่องราวในวันนั้น
ตอน
ม.5 ใกล้ช่วงปิดเทมอฤดูร้อน ช่วงเวลาพักเที่ยงเป็นเรื่องปกติที่ผมกับไอ้มึนจะต้องดอดไปเอ้อระเหยอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนเป็นประจำเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย(ไอ้มึนมันฮอตเลยมีสาวๆ
ตามติดให้วุ่น) ผมให้พุงไอ้มึนต่างหมอนนอนหงายมองฟ้า บรรยากาศสบายๆ
กับสายลมพัดโชยทำผมเคลิ้มเกือบจะหลับอยู่รอมร่อ อยู่ๆ
ไอ้มึนก็ลุกพรวดขึ้นจนผมที่หนุนท้องมันเกือบหัวฟาดพื้นดีที่มันช้อนท้ายทอยไว้ทัน
“เป็นเชี่ยไรวะ
กูตกใจหมด”
“โทษทีๆ”
ไอ้มึนขอโทษขอโพยผมด้วยสีหน้าหงอๆ “ผมแค่นึกเรื่องอะไรขึ้นได้น่ะครับ”
“เรื่องไร?”
“เฟลเคยบอกผมว่าเฟลชอบนายแบบใช่มั้ย”
“อ๋อ
อากิระน่ะเหรอ... ก็นะคนไรหล่อชิบหายกูนะโคตรปลื้มเลย” พอมันถามภาพใบหน้าหล่อๆ
การแต่งตัวเท่ๆ ของนายแบบคนดังในขณะนั้นก็วาบเข้ามาในหัว
ยอมรับว่าตอนนั้นผมคลั่งเขาจริงๆ นะคือแบบ... ว่ายังไงดีล่ะ
ก็เห็นอากิระเป็นประมาณ ‘ต้นแบบในฝัน’ ที่โตมาแล้วผมอยากจะเป็นแบบเขา หุ่นดี
ตัวสูง เท่ หล่อ สาวตรึม อะไรงี้
“ผมสู้เขาได้มั้ย”
พอได้ยินไอ้มึนมันถามแบบนั้นผมก็หัวเราะก๊ากดังลั่นสิครับ
ถึงไอ้มึนจะหล่อแต่ก็ยังเด็กอยู่มากถ้าเทียบกับอากิระที่เห็นหนุ่มเต็มตัวแล้วอย่างฟ้ากะเหว
“มึงจะไปสู้เขาได้ยังไงวะ รอมึงดังให้ได้อย่างเขาก่อนเถอะแล้วกูจะเห็นว่ามึงหล่อ”
“แล้ววันนั้นเฟลจะหันมามองผมไหม?”
“เออ
แน่นอนโว้ย มีเพื่อนเป็นนายแบบชื่อดังกูนะจะเอามึงไปอวดใครต่อใครทั่วเลย
เดินกับมึงตอนนั้นคงยืดหน้าดู”
ตอนนั้นผมก็แค่พูดเพราะคะนองปากเฉยๆ
ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ปิดเทอมฤดูร้องได้อาทิตย์กว่าไอ้ออเวย์ก็มากดกริ่งหน้าบ้านด้วยสีหน้ามุ่งมั่นแล้วบอกผมว่ามีคนมาทาบทามให้เป็นนายแบบแล้วมันก็ตอบตกลงไปแล้ว...
“ถ้ามึงชอบก็ทำเถอะกูสนับสนุน”
ผมคิดมาตลอดว่าเส้นทางที่มันเลือกเดินนั้นเป็นเพราะความชอบของมันจริงๆ
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเพราะคำพูดเรื่อยเปื่อยของผม...
“ก็เพราะเฟลอีกนั่นแหละ
ผมถึงเลิกทำไม่ได้...” เสียงไอ้ออเวย์ดึงสติผมกลับมาสู่ปัจจุบัน
ไอ้นายแบบมันก้มหน้ามือกำหมัดแน่นคล้ายสะกดอารมณ์ “เพราะผมรู้ไงว่าเฟลเกลียดคนทำอะไรไม่จริงจังผมถึงได้เดินหน้าทำงานนี้ต่อจนถึงเดี๋ยวนี้
ทั้งๆ ที่พอรู้ตัวอีกทีเฟลก็อยู่ห่างออกไปทุกทีเวลาเจอกันก็น้อยลงจนสุดท้ายขาดการติดต่อกันไปผมก็อยากจะเลิกมันเดี๋ยวนั้นด้วยซ้ำ
แต่ถ้าผมเลิกเฟลก็จะลืมผมไปในซักวันผมถึงได้พยายามทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อให้ตัวเองได้ติดท็อบเทนของนิตยสารชั้นนำ
พยายามออกสื่อบ่อยๆ เฟลจะได้ไม่ลืมผมไป...”
“...ออเวย์
...มึง” ผมเอื้อมมือไปจับมืออันสั่นเทาของมันช้าๆ
สิ่งที่ได้ยินทำผมหัวใจอ่อนยวบขณะเดียวกันก็หนักอึ้งเหมือนมีใครเอาก้อนหินยักษ์มากดทับ
ในขณะที่มันพยายามแทบตายเพื่อไม่ให้ผมลืมมันแต่ผมกลับตั้งหน้าตั้งตาเรียนในสิ่งที่ชอบโดยไม่คิดทำอะไรอย่างการพยายามติดต่อมันเลย
ไร้สาระและเสียเวลาอันมีค่าโดยเปล่าประโยชน์...
นั้นล่ะสิ่งที่ฉุดรั้งผมไว้เมื่อคิดจะหาทางติดต่อออเวย์
ทั้งๆ ที่ถ้าคิดจะทำจริงๆ ผมคงหาทางเจอมันได้ไม่ยาก
ก็มันดังขนาดนั้นแค่เดินไปติดต่อที่โมเดลลิ่งที่มันสังกัดอยู่ก็ได้เจอแล้วแท้ๆ
แต่สุดท้ายผมก็ไม่ทำ...
ฮะๆ ผมมันโคตรเชี่ยเลยว่ะว่ามั้ย?
เพิ่งมาเห็นค่าความพยายามของไอ้ออเวย์ก็ตอนที่เวลาผ่านมาถึงสิบปีแล้ว
“ที่ผมทำทั้งหมดนี่ทำเพราะอะไรและทำเพื่อใครเฟลยังไม่รู้อีกเหรอ...”
“เพื่อกูไง
รู้สิกูรู้แล้ว” ผมบอกเสียงสั่นตาพร่าไปหมดเหมือนน้ำตามันจะไหลออกมาให้ได้ยังไงยังงั้น
“บอกไว้เลยนะ เดี๋ยวนี้มึงโคตรเท่เลยว่ะ”
“หล่อสู้อากิระได้มั้ย”
“อากิระยังเทียบมึงไม่ติด”
“เดินกับผมแล้วอายใครไหม”
“อายทำไม
กูยืดจะตาย”
“แล้ววันนี้เฟลหันมามองผมบ้างรึยัง”
สายตาสื่อความนัยแอบแฝงเหมือนในอดีตที่มันเคยใช้มองผมตอนถามว่า
“แล้ววันนั้นเฟลจะหันมามองผมไหม?” วันนั้นผมไม่เข้าใจความหมายที่มันต้องการสื่ออาจจะเพราะผมยังเด็กอยู่ก็ได้
แต่วันนี้ไม่แล้วผมโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร สายตามันบอกผมว่า
ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือวันนี้มันไม่เคยเห็นผมเป็นแค่เพื่อนสนิท...
...มันรักผม...
“ก็นะ
กูก็เริ่มๆ มองมึงในมุมอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทบ้างแล้วเหมือนกัน” ผมบอกยิ้มๆ
“ดีจัง...
ความพยายามของผมไม่สูญเปล่า” ไอ้มึนยิ้มตอบแววตามันเป็นประกายระริกราวกับมีความสุขเสียเต็มประดา
“เอางี้มั้ยมึง
เรามาพบกันคนละครึ่งทางต่อหน้าคนอื่นกูให้ได้แค่กอดกับหอมแก้มห้ามเกินกว่านั้น
ส่วนมึงให้เวลากับใจกูสักนิดนะแล้วมึงจะไม่ผิดหวัง”
“คุณแฟนตาแดง...
อย่าร้องไห้เพราะผมนะสัญญาว่าจะไม่เอาแต่ใจอีกแล้ว
ไม่ต้องฝืนรักผมก็ได้แค่อยู่ข้างๆ กันก็พอ” ไอ้ออเวย์สบตาผมในระระประชิดสองมือประคองแก้มให้ความอบอุ่น
“ใครร้องไห้เพราะมึงกูเจ็บมือหรอกไหล่มึงแข็งชิบหาย”
ผมปด
“งั้นคุณแฟนก็ความรู้สึกช้ามากอ่ะดิ
ตีตั้งนานแล้วเพิ่งมารู้สึกเจ็บ” ไอ้นายแบบหัวเราะเบาๆ ไม่เชื่อที่ผมตอแหลไป
มันอ้าแขนออกกว้างยิ้มตาหยีให้ผม “มาคุณแฟน ขอกอดหน่อย”
“เชี่ย”
ปากด่าแต่ร่างกายผมมันทรยศโอนอ่อนยอมเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดมันแล้วครับ แถมไอ้มือไม่รักดีก็ยังด้านกล้ากอดตอบมันด้วยเอ้า!
“ลูบหลังด้วยครับ”
ได้คืบจะเอาศอกแต่เมื่อมันขอผมก็ให้ จัดการลูบหลังมันเบาๆ ตามที่ขอ
ไอ้มึนกลับมาหูตั้งหางตั้งระริกระรี้อีกครั้งจนผมอดไม่ได้ขยี้ผมที่ถูกเซ็ตมาเป็นอย่างดีของมันจนยุ่งเหยิง
ไอ้มึนยิ้มร่าไม่ปัดป้องดูท่าจะชอบด้วยซ้ำเพราะมันก้มหัวลงมาให้ผมขยี้หัวมันอย่างถนัดมือด้วย
“กูไม่ได้ฝืนใจอะไรมึงก็เห็น
แต่แค่ให้เวลากูบ้างก็เท่านั้น...” ผมบอกมันเบาๆ “เป็นเด็กดีนะมึงแล้วกูจะอยู่ข้างๆ
เอง ไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”
“ครับผม”
ณ ตอนนี้รู้สึกบรรยากาศรอบกายมันหวานเลี่ยนอบอวนไปด้วยแสงสีชมพูเหลือบม่วงแปลกๆ
เหมือนตัวเองได้เดินเข้าเขตป่าสีม่วงมาแล้วครึ่งก้าวยังไงยังงั้น
เหมือนลืมอะไรไป...
ก็จะอะไรซะอีกล่ะ!
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ผมยืนแสดงบทรัก(แค่กอดโว้ย)ในป่าสีม่วงอมชมพูให้ไอ้พวกเพื่อนร่วมงานชมเป็นขวัญตาจนพวกมันพากันอึ้งตาค้างอ้าปากหวอน้ำลายยืด
แถมผมคาดว่าพวกมันน่าจะค้างกันมาตั้งแต่ผมกับไอ้มึนเริ่มมีปากเสียงระบายความในใจกันแล้ว
เอาล่ะสิไอ้เฟลมึงจะทำยังไงดีวะ ถึงตอนนี้มึงจะยังไม่รับรักไอ้นายแบบเต็มร้อยแต่มึงก็ประกาศไปแล้วว่าสักวันจะรักมันแน่ๆ
ท่ามกลางฝูงเพื่อนร่วมงาน!
พวกมันจะรับได้มั้ยวะ?
ผมหน้าซีดสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่กล้าเงยหน้ามองพวกมันกลัวเจอสายตาขยะแขยง
“อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
เสียงโกงคออ้วกดังประสานคับสำนักงานเล่นเอาผมใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
เวรแล้วไงพวกมันต้องรับไม่ได้แน่ๆ
“เอ้าๆ ไหนๆ ไอ้เฟลมันก็ขายออกแล้วพวกเราต้องส่งเสียงเชียร์ดิวะไปอ้วกใส่มันทำไม
เอาใหม่ๆ ไหนฮิ้วซิฮิ้วอ่ะ” ไม่ต้องถามนะว่านี่เสียงใครยังไงก็หนีไม่พ้นเฮียชินอยู่แล้ว
เฮียแม่งพูดอะไรออกมาวะเดี๋ยวผมถูกรังเกียจกว่าเดิมหรอก
ใครแมร่งจะมาฮิ้วออกก็โก่งคออ้วกขยะแขยงกันขนาดนั้น
“ฮิ้วววววววววววววววว”
น่านเอากับเพื่อนร่วมงานผมเรื่องรั่วๆ อย่างนี้ล่ะชอบกันจริงๆ...
เอ๋?
ผมเงยหน้ามองทุกคนพรึบอย่างลืมกลัว
พวกมันไม่ได้มองผมด้วยตายมารังเกียจครับตรงกันข้ามเพราะมีแต่สายตาล้อเลียนด้วยซ้ำ!
“ใครมีมะกรูดดดดด” เฮียชิน
“มาแลกมะนาว” สร้อยรับจากเพื่อนร่วมงาน
อะ อะไรวะ... ไม่รังเกียจเหรอ?
“ใครมีลูกเขย” เฮียชิน
“มาแลกลูกเขยยยยย ตะละลาาาาา~” สร้อยรับจากเพื่อนร่วมงาน
“อิ้วววววววว” แล้วพวกมันก็พร้อมใจกันรำวงรอบห้องเคาะโต๊ะเคาะผนังกันเป็นว่าเล่น
ลูกเขยแลกลูกเขยบ้านป๊าพวกมึงสิ!
มีการเอาเชือกมาขวางเป็นประตูเงินประตูทองให้ซอง(กระดาษเปล่า)แล้วผ่านได้
อะไรที่พอจะเอามาเป็นขวนขันหมากได้พวกมันเอาหมด ไอ้พวกเพี้ยนนี่พ่อไล่เตะซะเลย
ก็ดีใจอยู่หรอกที่พวกมันไม่ได้รังเกียจแต่กูจะดีใจกว่านี้ถ้าพวกมึงไม่ล้อกู
“อะ ไอ้พวกเชี่ยยยยย อย่าอยู่เลย”
“อ๊ากกก ไอ้นายแบบหัวเราะพ่อง เมียมึงเตะตูดกูระบบแล้วเนี่ย” เฮียชินส่งนิ้วกลางให้ไอ้ออเวย์ที่หลุดมาดตบโต๊ะหัวเราะก๊าก
เฮียชินร้องลั่นวิ่งหนีผมให้วุ่นส่วนคนอื่นๆ
มีเหรอจะอยู่ให้โดนด้วยต่างคนต่างวิ่งกันกระจายยังกับผึ้งแตกรัง
ต่างคนต่างหอบแฮกไปตามๆ กัน
“หน้ามึงตอนกลัวพวกกูนะแมร่งโคตรฮาว่ะ ไก่ต้มยังซีดได้ไม่เท่ามึง”
เจ๊ก้อยสาวสวย(ถึกและบึกบึน)เพียงหนึ่งเดียวในสำนักงานตบบ่าผมป๊าบๆ
เฮียชินที่นอนแผ่หลาอยู่ข้างๆ ผมหัวเราะก๊าก
“มึงจะกลัวพวกกูรับไม่ได้ทำไมวะอย่าลืมสิว่าที่นี่สำนักพิมพ์การ์ตูนวายนะมึง
ถ้ารับไม่ได้พวกกูจะทำงานที่นี่กันได้ยังไงตั้งหลายปีก่อนสำนักพิมพ์จะดังอย่างวันนี้ด้วยซ้ำ”
“ผมลืมคิดว่ะเฮีย”
“พวกกูดูออกกันตั้งนานแล้วว่ามึงกับไอ้นายแบบมีซัมติงรองกัน
ถึงมึงปิดแทบตายก็ไม่เป็นผลหรอกเพราะไอ้นายแบบมันเปิดเผยซะขนาดนั้นว่าอยากเสียบตูดมึง”
“เจ๊เกรียนว่ะ” ผมบ่นอุบผู้หญิงอะไรวะไม่กระดากปากเลยรึไงขนาดผมคนฟังยังหน้าปั้นยากเลยเสียวตูดเป็นพักๆ
เหลือบมองไอ้มึนก็จริงอย่างที่เจ๊ว่าไอ้เชี่ยนี่ไม่เก็บอาการด้วยซ้ำว่าคิดยังไงกับผม
“กูจะบอกอะไรให้นะไอ้ลูกหมา”
เฮียชินคว้าคอผมไปซุกรักแร้(ตั้งแต่เมื่อวานเฮียยังไม่ได้อาบน้ำไม่ใช่เหรอ
เห็นใจโพรงจมูกผมหน่อยขอร้อง)แล้วทำท่ากระซิบกระซาบ
“ในนี้นอกจากคู่มึงกับไอ้นายแบบแล้วยังมีคู่อื่นอีกหลายคู่โว้ยยยย
เขารู้กันทั้งบางแค่ไม่พูดกันออกมาเท่านั้น”
“จริงดิ๊!”
ผมลุกพรวดสอดสายตาสแกนหาคู่ที่เฮียว่าแต่ดูยังไงก็ไม่เจอผมเลยก้มลงไปซุกรักแร้เฮียอีกรอบ
ถึงจะเหม็นแต่ไม่เป็นไรความเสือกคือลูกฮึกยังไงก็ไม่มีทางสลบไปก่อนรู้ความแน่เชื่อสิ
“ใครวะผมดูไม่ออก”
“ความลับทางราชการห้ามเปิดเผยเอาแค่มึงรู้ว่ามีก็พอ
แล้วช่วยเถิบหัวออกไปด้วยไอ้นายแบบจะแดรกหัวกูอยู่แล้ว”
“กระซิบกระซาบอะไรกันครับคุณแฟน
ใกล้ไปแล้วนะผมหวง” ไม่ทันขาดคำตัวผมก็ลอยหวือไปแปะหมับอยู่บนตักไอ้นายแบบห่างจากเฮียชินไปเป็นโยชน์พร้อมกับสายตาล้อเลียนของคนอื่นๆ
ที่อยู่ในเหตุการณ์
เชี่ยทำกูเขินทุบขาแมร่งเลย
“โอ้ยเจ็บ
คุณแฟนเขินรุนแรงอีกแล้ว~”
ไอ้มึนโอยครวญเกาะแข้งเกาะขาผมได้น่าส่งปลายตีนสะกิดโคตรๆ
มันเอาหน้ามาถูกับแก้มผมซะโย้เย้แล้วทำตาปริบๆ อ้อน “เย็นนี้ผมไม่ว่างมีงานต้องทำ
พรุ่งนี้ตอนเย็นเราไปฉลองกันสองคนนะครับ นะ”
“ฉลองไร?”
วันเกิดมันก็ไม่ใช่ของผมก็ผ่านมาแล้วไอ้มึนยังซื้อตุ๊กตาหมีควายตัวเท่าบ้านมาให้อยู่เลย
“ก็...เรื่องนั้นไง”
“?”
“เฟลยอมเปิดใจให้ผมแล้ว
ผมดีใจมากๆ เลยล่ะ อยากจะกอดอยากจะจับกดคุณแฟนมากมายก็น่ารักซะขนาดนี้นี่นา
แต่เพราะสัญญาไว้แล้วว่าถ้าต่อหน้าคนอื่นผมจะไม่ลุ่มล่ามมากไป
เพราะงั้นเพื่อไม่ให้ผมเผลอจับกดคุณแฟนซะก่อนตอนอยู่สองต่อสอง
พรุ่งนี้เราไปทานข้าวข้างนอกนะ...นะครับ”
ไอ้ออเวย์กระซิบอ้อนข้างหูผมกันเฮียชินที่คอยืดคอยาวรอเสือกเรื่องชาวบ้านจะได้ยินเอา
กลัวเผลอจับกดกูเนี่ยนะ?!
เหตุผลบ้าบออะไรของมึง
อยากจะด่ามันไปแบบนั้นเหมือนกัน
แต่ไม่เอาดีกว่านานๆ ทีออกไปกินข้าวข้างนอกบ้างก็ดี
“มึงนัดสถานที่มาเลยเลิกงานแล้วกูจะไปเอง
เราค่อนไปเจอกันที่นั่น”
“อ๋า
ทำไมอ่ะ อยากมารับคุณๆๆๆ” ไอ้มึนงอแงแต่ถูกผมหน้าดุใส่มันเลยหงอ “ก ก็ได้...”
“โอ้ยๆ
อิก้อยมึงรีบพากูออกไปจากป่าสีม่วงนี่ที อยู่นานๆ กูจะอ้วกพวกแมร่งสองคนปล่องรังสีสีม่วงใส่กู~”
ไอ้เฮียชินทำหน้าตาเหยเกมือกุมลำคอเหมือนอากาศไม่บริสุทธิ์
“โอ๋ๆ
อิชินอย่าเพิ่งตายเดี๋ยวกูจะรีบพามึงไปที่ๆ อากาศบริสุทธิ์เอง~”
เจ๊ก้อยร่างบึกรับมุกรี่เข้ามาแบกเฮียชินขึ้นบ่าแล้วเดินเซเป๋ไปเป๋มารอบห้องก่อนทำหน้าเซ็งโยนเฮียชินลงบนโซฟามุมห้อง
“อิชินกูหาไม่เจอในห้องนี้มันมีรังสีสีม่วงอบอวนไปหมดแล้วว่ะ ถ้าอยากได้อากาศบริสุทธิ์กูแนะนำบนดอยมึง
รับรองปราศจากสารปนเปื้อน”
“ป๊ะ!
ไกลปานนั้นกูคิดถึงมึงตายห่า” เฮียชินทำหน้าเครียดอย่างกับไม่มีตังค์จ่ายค่าหอส่วนเจ๊ก้อยพอได้ยินก็ทำหน้าสะอิดสะเอียนประมาณว่ามึงอย่ามาตอแหล
“ไม่เอาดีกว่าอยู่นี่ก็ได้แค่อย่าเฉียดไปใกล้ไอ้เฟลเป็นพอ”
อ้าวแซวกูไม่พอยังทำท่ารังเกียจกูอีกเหรอวะเฮีย
เดี๋ยวพ่อสอยลงหลุม
ฮึ่ม!
...100%...
[ครบ]
[ครบ]
555+ ชอบ ชอบ ชอบ จะออกเดทกันแล้วหยอออ
ตอบลบ