
My Writer : Step Seven
“มึนครับ...” ผมกัดฟันกรอดเรียกเสียงเข้ม ในเมื่อบอกให้มาเปิดดีๆ
ไม่ได้ผล การขู่นี่ได้ผลชะงักนักแล เหอะๆ “ความอดทนกูมีไม่มาก
จะออกมาเจอกูตอนนี้หรือจะไม่ออกมาก็ได้กูให้มึงเป็นคนเลือก”
“...”
“แต่ถ้ามึงไม่โผล่หัวออกมาภายในสามวิ...” เงียบไปอึกใจเพื่อกระตุ้นต่อมลุ้นระทึกของคนฟัง
หึหึ เจ้าเล่ห์ได้อีกกู
“...”
“รับรองชาตินี้ทั้งชาติมึงจะมีวันได้เห็นหน้ากูอีก!!!”
“ไม่เอานะ!!”
นั่นไง!!
บอกแล้วว่าการขู่ได้ผลชะงัก เสียงโหยหวนเหมือนความถูกเชือดร้องลั่นตามด้วยบานประตูที่ถูกกระชากเปิดผัวะ
แล้วร่างผมก็ถูกหมาตัวใหญ่โผเข้าซบจนพากันล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
“ฮึก!
ไม่เอานะ” ไอ้มึนมันกอดซะหน้าผมจมอกมัน รู้สึกเหมือนมีน้ำหยดลงบนไหล่
ผมถอนหายใจเฮือกตบบ่ามันปุๆ
ความจริงแล้วก็แค่ขู่ไปงั้นเองแหละครับ ผมไม่คิดจะหนีมันไปไหนอยู่แล้วแค่หลอกให้มันเปิดประตูไม่คิดว่าจะทำให้มันร้องไห้...
“ไม่ให้หนีไปไหนอีกแล้ว”
ตัวโตอย่างกะตึกดันมานั่งร้องไห้เป็นเต่าเผา เห็นแล้วจั๊กกะจี้พิกล
“ก็ไม่ได้คิดจะไปไหน”
ผมบอกแซะหน้าไอ้นายแบบออกจากซอกคอ โอ้โห อยากให้บรรดาแฟนคลับของไอ้นายแบบมาเห็นสภาพมันตอนนี้จริงๆ
ให้ดิ้นตาย น้ำหู น้ำตา น้ำมูก ครบเครื่อง
ขาดอย่างเดียวไม่มีน้ำลาย(ถ้ามีผมจะรีบพามันส่งโรงพยาบาลทันที กลัวมันกินยาตาย)
ไม่เหลือมาดนายแบบขี้เก๊กให้เห็นแล้วครับสุดหล่อของแฟนๆ
“เฟลบอกถ้าไม่ออกมาผมจะไม่ได้เห็น
ฮึก”
“กูก็พูดไปงั้น”
“ไม่หนีจริงนะ”
“เออ”
ผมพยักหน้ารับ เฮ้ออ... รับไอ้นายแบบในมาดเด็กขี้แยไม่ได้ผมเลยสละชายเสื้อเอาไปเช็ดหน้าให้มัน
แหม... ดูๆ ไปก็น่ารักดีครับมีเอียงซ้ายเอียงขวาให้ผมเช็ดได้ถนัดอีก น่าแปลกตัวโตอย่างกับควายแต่ผมมองว่ามันอ้อนได้น่ารัก
ดูไม่ขัดตา(ขัดตีน)เหมือนตอนเฮียชินทำ “งอนไรกู หืม?”
“เปล่างอนครับ”
ไอ้มึนก้มหน้าหลบตาผม
“แล้วหนีงานทำไม ประชดไม่ออกห้องด้วย”
คือถ้าจะคุยกับไอ้มึนในมาดเด็กขี้แยนี่ต้องค่อยๆ ตะล่อมครับ อย่าดุไม่งั้นเดี๋ยวมันร้องหนักเข้าไปใหญ่จะพานคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เฟลผิดนัด...”
มันช้อนนัยน์ตาค้อนและเลิกร้องไห้แล้วครับ “ทำไมไม่ไป ผมรอตั้งนานก็เลยน้อยใจ... เฟลไม่รัก”
โอเค
ใครก็ได้บอกผมทีว่าไอ้ ‘งอน’ กับ ‘น้อยใจ’ นี่มันต่างกันตรงไหน
คือผมไม่ใช่คนละเอียดอ่อนกับเรื่องทำนองนี้เลยแยกแยะไม่ออก เอาเถอะ ถ้ามันบอกว่าน้อยใจก็คือน้อยใจครับเพราะยังไงก็หนีความจริงไม่ได้ว่าผมผิดนัดมันไม่ได้
คือ... ไม่อยากจะบอกว่าพยายามทำหูทวนลมกับคำตัดพ้อน่ารักๆ อย่าง ‘เฟลไม่รัก’ ไป
“มันเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยไปถึงมึงก็กลับแล้ว”
ผมเล่าเรื่องที่ไปช่วยคนเจ็บท้องใกล้คลอดให้มันฟัง
มันก็ตั้งใจฟังดีนะครับกระพริบตาปริบๆ
เชียวดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเลี้ยงหมาตัวโต(แต่ขี้ใจน้อย)ยังไงยังงั้น
“เฟลใจดีกับคนอื่นไปทั่วแต่ใจร้ายกับผมคนเดียว”
ไอ้นายแบบยู่หน้าดึงผมไปกอดแล้วโยกเบาๆ เหมือนอย่างที่ทำทุกทีที่เจอกัน
ไอ้ท่าทางแบบนี้ของมันทำให้ผมเผลอยิ้มแล้วโอบกอดมันไว้
...มันหายงอนผมแล้ว...
“เรื่องนั้นกูขอโทษคราวหลังจะสนใจความรู้สึกของมึงให้มากขึ้นดีมั้ย”
“ครับ”
ไอ้นายแบบพยักหน้ารับหงึกหงักซุกหน้าลมหอมซอกคอผมไม่ห่าง “คิดถึงชะมัด
ไม่เจอตั้งหลายวัน”
“ทำพูดดีแล้วหมาตัวไหนมันไม่ไปหากู
ไม่รับสายด้วย” หมั่นไส้เลยตบเกรียนไปป้าบหนึ่ง ไอ้บ้านี่ก็หัวเราะในลำคอไม่ตอบโต้อะไร
“คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะมึน
มีอะไรมึงต้องถามกูก่อนไม่ใช่คิดเองเออเองแล้วพาลประชด หนีงานแบบนี้รู้ไหมคนอื่นเขาเดือดร้อยตั้งกี่คน
มึงก็รู้กู...”
“เฟลไม่ชอบคนไร้ความรับผิดชอบ”
ไอ้มึนมันต่อเองเสร็จสรรพแล้วผละออกกอดอกทำหน้างอใส่ผม ...อีกแล้ว?
กูทำไรผิดวะเมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะดีขึ้นอยู่เลย
ไหงเกิดงอนห่าไรขึ้นมาอีก
“เฟลก็เอาแต่พูดเรื่องงานเอาแต่ห่วงงาน
ถ้าไม่ใช่เพราะงานเฟลคงไม่ยอมมาหาผม อย่างวันนี้มาหาผมถูกได้ยังไงล่ะผู้จัดการไปพามาล่ะสิ
เหอะ! แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมคิดมากได้ไง”
“เดี๋ยวมึงอย่าเพิ่งเข้าใจผิ...”
“ไม่ฟังอะไรอีกแล้ว
ถ้ามาแค่อยากให้ผมเลิกทำความเดือดร้อนให้คนอื่นผมไม่ทำก็ได้! พรุ่งนี้จะกลับไปทำงานเหมือนเดิมพอใจรึยังทีนี้!!
เฟลก็เลิกมาตามมาทำเหมือนให้ความหวังแล้วสุดท้ายก็ทิ้งไปสักที!! ผมเจ็บเป็นนะเฟล!!
เฟลอ่ะเป็นแบบนี้ตลอด เหมือนจะทำเพื่อผมแต่สุดท้ายแล้วก็ทำเพื่อคนอื่น!”
“...”
“เมื่อก่อนก็เหมือนกันเฟลไปตามผมที่ไม่ยอมไปเรียนเป็นเพราะแม่ผมไปขอร้องใช่มั้ย!!
คราวนี้ที่มาตามก็เพราะผู้จัดการขอร้องอีก!! ถามหน่อยเถอะเฟลเคยคิดจะมาตามผมด้วยความต้องการของตัวเองบ้างไหม!!
แล้วผมก็โคตรโง่โคตรงี่เง่าที่แอบดีใจจนเนื้อเต้นทุกครั้งเพราะคิดว่าเฟลห่วงผม!! จะเอายังไงก็บอกผมมาสิ!
ไม่ใช่เอาแต่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ คลุมเครือแบบนี้!!”
“อะ ออเวย์ใจเย็นๆ”
ผมครางเสียงอ่อยไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง
รู้แค่ว่าออเวย์มันชะงักได้สติขึ้นมาทันที ไอ้มึนมันเสยผมเหมือนพยายามจะทำหัวให้เย็นลง
ออเวย์เงียบ
ผมเองก็เงียบ แต่คำพูดมันกระทบใจเต็มๆ จนอึ้งพูดไม่ออก บรรยากาศขมุกขมัวแบบนี้สุดท้ายคนที่อึดอัดจนทนไม่ไหวก็เป็นออเวย์
มันผุดลุกแต่ผมกระชากแขนจนล้มโครมไปด้วยกัน หัวผมเกือบโขกพื้นถ้าออเวย์ประคองไว้ไม่ทัน
“อะไรอีกเฟล!!
จะเอาอะไรจากผมอีก!!” ปากตะคอกคล้ายหัวเสีย
แต่ตามันสำรวจว่าผมเจ็บตรงไหนหรือเปล่า... เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ถึงจะโกรธถึงจะโมโหแค่ไหนก็ยังห่วงผมเสมอ
...แล้วแบบนี้จะให้ผมปล่อยมันไปได้ยังไง...
ผมส่ายหน้าไม่อยากได้อะไรจากมัน
แค่ไม่อยากเห็นแผ่นหลังกว้างนี่เดินจากไปมือถึงเอื้อมคว้าไว้โดยไม่ทันคิด
ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้มันเข้าใจผิดคิดว่าผมสนใจแต่คนอื่นไม่สนใจมัน
ผมรู้ตัวว่าเป็นคนปากไม่ตรงกับใจคิดอะไรอยากทำอะไรก็ทำ
พูดไม่คิดหน้าคิดหลังจนทำออเวย์เสียใจมาก็มากแต่มันไม่เคยบ่นซ้ำยังยิ้มรับ วันนี้ผมรู้แล้วว่าถึงมันจะไม่เคยปริปากอะไรแต่ทุกคำพูดทุกการกระทำของผมมันตกตะกอนในใจออเวย์และทบถมอยู่ในนั้นเรื่อยมา
จนวันนี้ผมเผลอไปกวนตะกอนในใจจนมันขุ่นมัวออเวย์เลยระเบิดสิ่งที่คิดออกมาให้ผมได้รู้
“ออเวย์”
ผมเรียกตั้งใจจะแก้ความเข้าใจผิดแต่ปากมันหนักพูดไม่ออกซะงั้น
ผมไม่ถนัดพูดความในใจ
ปฏิบัติอ่อนโยนเหมือนใครคนอื่นไม่เป็น ไม่ชอบใส่ใจในรายละเอียดหยิบย่อย
ที่ทำได้มีเพียงการดุด่าด้วยท่าทางเย็นชาเหมือนไม่ใส่ใจแต่สาบานได้ทั้งหมดนั่นผมทำเพราะห่วงเพราะผมหวังดี
ไม่ได้โกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีนะ ผมคิดแบบนี้จริงๆ
ทั้งเมื่อก่อนหรือแม้แต่เดี๋ยวนี้ที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชมันเรื่องงานเรื่องเรียน
ทุกอย่างที่ทำไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ไม่ได้ทำเพราะมีคนมาขอร้อง
แต่ผมทำเพื่อตัวมันเพื่ออนาคตของมัน ผมพลาดเองที่ไม่เคยอธิบายอะไรออเวย์มันถึงเข้าใจผิดไปไกลว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับมัน
แค่การกระทำมันไม่พอให้ออเวย์เข้าใจผมได้ทั้งหมด
บางทีผมควรพูดในสิ่งที่คิดออกไปบ้างเผื่อเราจะเข้าใจกันมากกว่านี้
“ใจเย็นๆ
กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น มึงก็รู้กูปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ความจริงแล้วกูไม่ได้ห่วงงานแต่กูห่วงมึง”
“...”
ออเวย์นิ่งรอฟัง ผมค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยและกล้าเอื้อมมือไปลูบแขนมันคล้ายปลอบประโลม
“มึงน่ะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเอาอนาคตตัวเองมาล้อเล่น
มึงคิดว่ากูจะดีใจเหรอที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้สิ่งที่มึงอุตส่าห์สร้างสมมาพังครืนลงไม่เป็นท่าเพราะเอามาประชดกู
...แล้วดูสิหมกตัวอยู่ในห้องเป็นอาทิตย์แบบนี้แถมโทรหายังไม่รับอีก ผอมหมดแล้ว
วันๆ มึงกินอะไรบ้างฮะ” ผมลูบใบหน้าอันซูบผอมของมันเบาๆ
ผมให้ความสำคัญกับภาพรวมมากไปจนลืมว่าสิ่งที่ออเวย์ต้องการจากผมไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงานหรืออนาคต
แต่มันอยากให้ผมใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ที่อยู่
อาหารการกิน ผมมัวแต่คิดเอาเองว่าเรื่องแค่นี้ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรเพราะทุกวันนี้เราตัวติดกันตลอดเวลาอยู่แล้ว
แต่ผมลืมไปว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผมมันคือเรื่องใหญ่สำหรับออเวย์ มันคงต้องการให้ผมใส่ใจในรายละเอียดหยิบย่อยของมันบ้าง
ทำให้มันรับรู้ถึงความสำคัญของมันบ้าง
ออเวย์ดึงผมเข้าไปกอด
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เฟล... ไม่เอาแล้วนะความรู้สึกใกล้ก็เหมือนไกลแบบนี้ เฟลเคยบอกใช่ไหมว่าเริ่มมองผมในมุมที่ไม่ใช่เพื่อนบ้างแล้ว”
“...”
ผมพยักหน้ารับโอนอ่อนซบอกตามการชักนำของมือแกร่ง
เสียงหัวใจของออเวย์เต้นตึกตักดังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่า ณ
ตอนนี้เจ้าของอ้อมกอดกำลังอยู่ในอารมณ์หวั่นไหว
“แล้วเฟลเคยเก็บเรื่องผมไปคิดแบบจริงๆ
จังๆ บ้างหรือเปล่า”
“กู...”
ผมหน้าเสีย
อีกแล้วสิ เผลอทำตัวแย่ๆ ไปอีกแล้ว ผมไม่เคยเก็บเอามาคิดอย่างจริงจังสักครั้ง...
“เฟล
ขอร้อง...” มันเอามือประคอบแก้มผมไม่ยอมให้หลบแววตาเว้าวอน “อย่าทำแบบนี้สิ
ไม่รักก็อย่าให้ความหวัง”
“กู...”
ผมพูดไม่ออกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกคอ มันเป็นความจริงที่ผมเถียงไม่ได้ ผมเป็นคนพูดเหมือนให้ความหวังมันแล้วก็ทิ้งๆ
ขว้างๆ เอง แต่ถ้าให้ความเงียบเข้าคลอบงำและปล่อยให้ทุกอย่างคุลมเครืออยู่อย่างนี้ไม่แคล้วความสัมพันธ์ระหว่างเราคงเข้าขั้นวิกฤตสักวัน
เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ส่งผมดีต่อใครทั้งนั้นดีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง
“กูไม่รู้...
เดี๋ยวอย่าเพิ่งคิดไปไกลสิ!!” ผมเผลอตวาดแว้ด ก็พอได้ยินเกริ่นนำไม่สรรสร้างไอ้นายแบบหน้างี้ซีดเผือดเตรียมสะบัดตูดหนีแล้วอ่ะ
งอนหน้าหักยังกะตุ๊ด
“ก็เฟลพูดให้คิดอ่ะ!!”
เออนั่น! มีเถียง ไม่ขอแก้ตัวผมพูดส่อเอง เหอะๆ
“ก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงกับมึง
แต่ว่านะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา...” ผมบีบมือเย็นชืดของตัวเองเรียกความกล้า
บอกตัวเองในใจว่าพูดความจริงในใจสักวันมันไม่ทำให้กูตกงานหรอกวะ! “...ไม่มีคนมาคอยกวนประสาท
ทั้งๆ ที่คิดว่าดีแล้วแต่ความจริงกูเหงาว่ะ ไม่มีคนมานั่งเสนอหน้าที่ห้อง
ห้องกูดูกว้างขึ้นตั้งเยอะเห็นแล้วใจหายพิลึก ไม่มีคนมาคอยเอาใจเวลาจะทำอะไรก็หงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด
แล้วการกินข้าวคนเดียวมันก็โคตรจะไม่อร่อย บางที...”
“...”
“แค่บางทีนะ...”
ผมย้ำช้อนตามองมันอย่างไม่แน่ใจ
“ครับ”
ออเวย์ทำหน้าลุ้นเริ่มยิ้มออกแล้วเมื่อได้ยินสิ่งที่พรั่งพรูออกมาจากปากผม ส่งยิ้มสว่างไสวมาให้เล่นซะผมแอบใจเต้นระส่ำ
แย่ล่ะสิ
ผมว่าสายตาผมมีความผิดปกติแล้วล่ะ ทำไมกูถึงมองไอ้นายแบบมันหล่อเท่ระเบิดได้วะ
“กูว่ากูคงเสพติดมึงเข้าซะแล้วว่ะออเวย์”
...55%...
เขินนนน น่ารัก แต่ยังไม่อิ่มค่ะ! เอาอีกๆ *-* //ทำตาวิ้งๆแบบหมาขออาหาร
ตอบลบอร๊ายยยยย ออเวย์กดเฟลเลยยย น่ารักกกกกกกกเกิ๊นน ><
ตอบลบมาต่อให้จบนะไรท์ รู้ป่าวทำรีเดอร์ค้างงงงงงงง