วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

My Writer : Step One


My Writer : Step One



อ่า...ได้เจอเฟลตัวๆ เป็นๆ เนี่ยดีจังเลยน้า~”



อ่า...คิดถึงจังเลยน้า~”



อ่า...มีความสุขจังเลยน้า~”



โว้ยยยยยยยย เชี่ยแมร่งกูทำงานอยู่ ตาเมิงบอดเรอะ!ผมปัดมือไอ้ออเวย์ออกจากตัวเพราะทำงานไม่ถนัด จะหยิบจะจับอะไรก็เกะกะไปหมด ไอ้หน้ามึนมันเอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงผมอยู่ไม่ปล่อย



เฟลรำคาญผมเหรอ



“...”



น่านๆ พอถูกตวาดหน่อยก็ทำหน้าหมาหง๋อยน้ำตาคลอเบ้าเชียวนะมึง ก็เหมือนมันจะรู้แหละครับว่าผมแพ้สายตาแบบนี้ของมัน มันเลยได้ใจทำใหญ่เลย แล้วไอ้ผมก็ใจอ่อนอีกตามเคยสิน่า



รำคาญจริงๆ เหรอ ผมขอโทษว่าแล้วมันก็กระดึ๊บหนีไปหลบมุม ชำเลืองมองผมตาละห้อยสลับกับก้มมองพื้นอย่างสำนึกผิดเหมือนจะรอให้ผมเอ่ยปากยกโทษให้



เฮ้อ~” ผมถอนหายใจอย่างปลงๆ เป็นแบบนี้อีกแล้ว สุดท้ายผมก็แพ้สายตาแบบนี้ของมันอีกแล้ว ก็เปล่า... ไม่ได้รำคาญอะไรขนาดนั้น



จริงนะมันยิ้มหน้าบานรี่เข้ามาหาผมเลยทีนี้ มึงจะเปลี่ยนอารมณ์เร็วไปไหน จริงๆ นะ ไม่รำคาญผมนะ



เออ ไม่ได้รำคาญสิ้นคำผมเท่านั้นแหละมันกอดหมับทันที เล่นเอาหน้าผมจมลงไปในอกมันเลย ไอ้มึน ปล่อยกู กูหายใจไม่ออก



รักเฟลจัง~ เฟลใจดีที่สุดเลย~



เออๆ เอาเข้าไปๆ ไอ้ปัญญาอ่อนเอ้ย ไอ้มึนมันไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อนเลย 



อันที่จริงเราอยู่ด้วยกันเรียนด้วยกันมาจนกระทั่งจบ ม. ปลายเท่านั้นแหละ เรียนจบก็ต่างคนต่างไป ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีก นี่ก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้วสินะ



สมัยนั้นครอบครัวของผมกับไอ้มึนเราเป็นเพื่อนบ้านกัน บ้านมันอยู่ติดกับบ้านผมเลยครับแบบใช้รั้วเดียวกันเลยด้วย และเพราะแถวๆ บ้านที่ผมอยู่ไม่ค่อยจะมีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันซักเท่าไหร่ ผมกับมันเลยสนิทกันเป็นพิเศษ อยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน เรียนด้วยกันมาเสมอ... จนกระทั่งช่วงโค้งสุดท้ายของ ม.ปลาย ทางเดินเพียงทางเดียวที่เดินเคียงข้างกันมาตลอดเกิดถึงทางแยกขึ้นมา เราหยุดเดินแล้วมองหน้ากันไม่มีใครพูดอะไรสักพัก จนกระทั่ง...



สองเดือนสุดท้ายก่อนจบ เพราะความหน้าตาดีและมีบุคลิกที่โดดเด่นของมัน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็สามารถดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้เหลียวตามได้เสมอ มันก็เลยถูกแมวมองทาบทามให้เป็นนายแบบ แล้วผมก็ได้รู้ว่าเส้นทางเดินต่อไปข้างหน้าจะไม่มีมันเดินเคียงข้างไปด้วยกันอีกแล้ว มันเป็นฝ่ายละสายตาไปจากผมก่อน มันเลือกเดินแยกไปทางซ้ายที่อาชีพนายแบบกำลังกังรออยู่ ซึ่งแน่นอนว่าถึงผมอยากจะเดินตามมันไป แต่ผม... ไม่สามารถตามไปได้เพราะทางนั้นมันไม่เหมาะกับผม ผมได้แต่ยืนมองแผ่นหลังกว้างเดินจากไปจนลับสายตาแล้วตัดสินใจก้าวเดินไปทางขาว



                ถึงจะรู้สึกอึนๆ อยู่บ้างแต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกครับ เพราะยังไงซะบ้านเราก็ยังอยู่ติดกัน ยังไงสักวันก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว ผมเองก็เข้ามหาลัยแถวบ้านด้วย แรกๆ เราก็ยังติดต่อกันอยู่แต่หลังๆ มาเราเริ่มจะห่างกันไปเพราะต่างฝ่ายต่างมุ่งมั่นให้ความสนใจกับอนาคตของตัวเอง และพอรู้ตัวอีกทีครั้งสุดท้ายที่เราเจอและพูดคุยกันก็คือวันที่ครอบครัวของมันย้ายเข้าไปปักหลักอยู่เมืองหลวงอย่างถาวรเพราะงานนายแบบที่มันทำจะสะดวกที่สุดถ้าไปอยู่ที่นั่น ส่วนผมพ่อถูกโอนย้ายไปอยู่ต่างอำเภอครอบครัวเราจึงย้ายไปกันทั้งบ้านโดยขายบ้านเดิมให้คนอื่นไป



        เวลาว่างไม่ตรงกัน มือถือผมเสียเบอร์มันหาย ที่อยู่เปลี่ยน



...เส้นทางของเราแยกจากกันโดยสิ้นเชิง....



      ก็คิดอยู่แล้วว่ายังไงเส้นทางของเราก็คงไม่มีทางมาบรรจบกันได้อีก แต่โชคชะตากลับเล่นตลกขีดลากเส้นทางของเรากลับมาบรรจบกันอีกครั้งหลังจากวันเวลาผ่านไปเกิบสิบปี



       เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอยู่ๆ คนที่คิดว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่มีวันได้เจอกันอีกกลับโผล่มาที่สำนักพิมพ์พร้อมต้นฉบับการ์ตูนเรื่อง รักนี้....จากปลายปากกาผมดีใจมากยิ้มกว้างทักทายมันอย่างร่าเริง แต่รอยยิ้มที่มีก็จืดสนิทเมื่อมันทำหน้านิ่งไม่ต่างอะไรจากที่เคยเห็นตามรายการทีวีและนิตยสารเลย 



ผมลืมไปว่าตลอดระยะเวลาที่ห่างกันนั้น มีแต่ผมเองฝ่ายเดียวที่ได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ของมัน ทั้งรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มขึ้น ทั้งความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ผมเห็นมาตลอด... ผ่านทางสื่อต่างๆ ไง แต่ไอ้ออเวย์สิ มันไม่เคยเห็นหรือเจอผมอีกเลยนับแต่วันนั้น ก็ไม่น่าแปลกอะไรถ้ามันจะจำผมไม่ได้






มันเปลี่ยนไปแล้วมันจำผมไม่ได้



นั่นแหละคือสิ่งที่ผมคิดทันทีที่เห็นมันทำหน้านิ่งใส่ผม ถึงในใจมันจะรู้สึกวูบโหวงแต่ผมก็สลัดความรู้สึกเฮงซวยนั่นทิ้งไปทันทีแล้วหันกลับมาสนใจต้นฉบับที่มันยื่นให้แทน เรื่องมันผ่านไปแล้วมันเป็นอดีตไปแล้ว ในเมื่อมันจำผมไม่ได้ก็ช่างหัวมันเหอะ จบๆ กันไป ถือซะว่าตอนนี้เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน!




เป็นไงบ้าง โอเคมั้ย




คิ้วกระตุกวูบ ถึงจะบอกว่าปล่อยมันผ่านไปก็เถอะ แต่แมร่ง เนี่ยเรอะ? ประโยคแรกที่มึงพูดกับเพื่อนสมัยเด็กหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน มึงควรจะถามกูสิว่าที่ผ่านมาชีวิตกูโอเคมั้ย ไม่ใช่มาถามว่าต้นฉบับมึงโอเคมั้ย ไอ้เชี่ยมึนเอ้ย ผมค่อนขอดมันในใจแต่ก็พยักหน้ารับ 




ผ่าน แต่มีนิดหน่อยที่ต้องแก้ ฉากมันไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่แล้วก็เรทแรงไปหน่อย ไปแก้มาแล้วกันผมใช้ดินสอบวงๆ ฉากที่ว่าไว้ ถึงผมจะอยู่ฝ่ายผลิตแต่ก็มีบางครั้งที่ผันตัวมาเป็น บก. บ้างยามฝ่ายกองบรรณาธิการขาดคน ซวยฉิบหายใครใช้ให้ผมดันมีความรู้เรื่องการวาดการ์ตูนติดตัวอยู่ล่ะ



เงินเดือนโคตรน้อยแต่ใช้สอยอย่าคุ้มค่า นั่นแหละครับวิสัยทัศน์ของสำนักพิมพ์ผม เหอะๆ



 “ที่แก้มีแค่นี้เหรอไอ้นายแบบมันรับต้นฉบับไปพลิกๆ ดูหน้าตาจริงจัง แก้เดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย มึงว่างอยู่รอกูรึเปล่า



กล้วยปิ้ง! ไอ้เชี่ยออเวย์มึงกล้าใช้ภาษาพ่อขุนกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเหรอ? แล้วนี่มันกูนะโว้ย กูที่ชื่อไอ้ เฟลนะมึง มึงกล้าขึ้นกูขึ้นมึงกับกูเหรอ ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายทุกคนมักพูดภาษาพ่อขุนกัน มันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ชอบพูดกูมึงปล่อยสรรพสัตว์ออกมาเพ่นพ่านไปทั่วเหมือนกับคนอื่นๆ แต่กับผมแล้วไอ้ออเวย์มันไม่เคยจะมีสักครั้งที่มันกล้าพูดแบบนี้กับผม 



ครั้งแรกที่มันทำแบบนี้กับผ้มมมมม ไอ้นายแบบแมร่งทำกูอารมณ์เสีย แทบแยกเขี้ยวใส่มันแล้วถ้าเกิดไม่นึกขึ้นได้ซะก่อนว่ามันจำผมไม่ได้ แล้วผมจะไปโกรธมันเพื่อ?



หูตึงเหรอ กูถามว่าว่างรอกูมั้ยมันทำหน้าวอนตีนใส่ผมแถมมีดุด้วยนะ 



เออ เอาเข้าไป ไม่ทราบว่าไอ้มึนผู้สุดแสนจะบ้าบอปัญญาอ่อนของกูหายไปไหน แล้วไอ้หน้าขี้เก๊กนี่ใคร? ภาคอวตารของไอ้มึนมันเหรอ?



ว่างๆ ทำไปเลย เดี๋ยวกูรอผมเบ้หน้าใส่มัน ไอ้มึนมันเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเลยเว้ย เมื่อก่อนนะโคตรจะลั้นลาร่าเริงยิ่งกว่าปลาสลิดขาดน้ำ(?) แต่เดี๋ยวนี้ไอ้นายแบบแมร่งโคตรจะเย็นชา แค่มันปรายตามองเนี่ยผมนึกว่าตัวเองอยู่ขั้วโลกเหนือแทนที่จะอยู่ประเทศเขตร้อน แต่จริงๆ แล้วมึงเอากลับไปทำที่บ้านก็ได้นะกูไม่ได้รีบเอา



ไม่ล่ะ กูอยากให้มันออกเป็นเล่มสู่ท้องตลาดเร็วๆ



ผมยักไหล่จะยังไงก็ได้ งานผมเพิ่งเสร็จไปเมื่อเช้า ยังไงบ่ายนี้ผมก็ว่าง มองมันนั่งขีดๆ เขียนๆ ไปแล้วไม่มีอะไรทำ ผมก็เกิดอาการคันปากอยากจะรู้ว่าไอ้นายแบบหน้าหล่อถ่ายแบบทีได้เงินเป็นกอบเป็นกำมันนึกบ้าอะไรมานั่งขีดๆ เขียนๆ การ์ตูน ยิ่งเป็นการ์ตูนวายยิ่งแล้วใหญ่ เฮ้ยๆ ไอ้มึน มึงลืมไปรึเปล่าว่าไอ้ที่มึงตั้งหน้าตั้งตาวาดอยู่นั่นอ่ะ เค้าเรียก การ์ตูนเกย์นะโว้ยยยย



ทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากวาดการ์ตูนวะทันเท่าความคิด ปากผมก็ถามมันออกไปแล้ว



แมร่งมันตวัดสายตาเชือดเฉือนมาเลยครับ อะไรกูแค่ถามเฉยๆ ไม่ได้ไปด่าพ่อด่าแม่มึง จะโกรธกูเพื่อ?



เสือกคำเดียวสั้นๆ แต่ได้ใจความ 



ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน อันคำว่า เสือกนั้นเป็นคำกริยาและคำวิเศษณ์ หมายความว่าถึง พวกที่ชอบเข้าไปยุ่งในเรื่องของคนอื่นหรือเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน อยากรู้อยากเห็น โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องการให้มายุ่งหรือเกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำว่า เสือกเป็นคำไม่สุภาพจึงเป็นการไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้กับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จัก



      ไอ้ที่ร่ายมาข้างบนนั่นไม่ใช่อะไรหรอกครับ... ร่ายให้เปลืองหน้ากระดาษไปงั้นแหละ...



อ้าว มุกนี้ไม่ขำแล้วยังเสี่ยงต่อการโดนตีนฟาดปากอีกกู เอาจริงๆ ผมแค่จะบอกว่าไอ้นายแบบมันกำลังด่าผมว่าผมสู่รู้ในชีวิตมันอยู่เท่านั้นเอง...



สัดหมา อย่าให้ถึงทีกูนะมึง กูจะด่ามึงยันโคตรเง่าเหล่ากอเลย



ผมนั่งกระฟัดกระเฟียดรอมันแก้งานอีกครึ่งชั่วโมงได้ มันส่งที่แก้ให้ผมดูอีกที ลายละเอียดที่ให้แก้ผ่านหมด ยกเว้นฉากเรทR(18+) ของมึงเนี่ยแหละ ตกลงมึงแก้แล้วจริงๆเหรอวะ กูไม่เห็นมันจะต่างอะไรจากเมื่อกี้เลย กูบอกให้ซอฟลงหน่อยไง ให้เยาวชนอ่านนะโว้ย เยาวชนอ่ะรู้จักป่าว แมร่งจะแรงไปไหน แน่จริงทำไมมึงไม่เอาเรทR20+ เลยวะด้วยความหมั่นไส้ผมเลยประชดแมร่ง



มันเงียบครับ มันเงียบแต่สายตางี้ถ้าแปลเป็นคำพูดรับรองหูผมเน่าแน่ อาฆาตแค้นซะขนาดนั้น ไอ้ออเวย์ทำหน้าไม่พอใจแต่เอาไปนั่งแก้ตามที่ผมบอก อีกสิบห้านาทีต่อมาต้นฉบับก็กลับมาอยู่ในมือผมอีกครั้ง แน่นอนว่าครั้งนี้...



ไอ้เหี้.ย!ผมส่งตัวเงินตัวทองให้มันเลยครับครั้งนี้ มึงไม่เข้าในคำว่า ซอฟเหรอไอ้ควาย ซอฟที่แปลว่าเบาลงอ่อนลงอะไรเงี้ยอ่ะ ไม่ใช่แข็งเอาๆ แบบนี้โว้ย อย่าว่าแต่เด็กเลย ขนาดกูที่บรรลุนิติภาวะมาจะแปดปีแล้วมาเห็นฉากที่มึงวาด กูยังแข็งเลย ไอ้เวร



คงไม่ต้องบอกนะว่าอะไรที่ แข็งผมคิดว่าคุณคงไม่อินโนเซ้นท์ขนาดนั้น เด็กเดี๋ยวนี้แก่แดดจะตาย ว๊ากกกกก อย่านะ อย่าเอารองเท้าฟาดหน้าผ้มมมมม เดี๋ยวเสียโฉมล่ะยุ่งเลย อ่ะแฮ่ม ชักนอกเรื่องกลับเข้าเรื่องต่อเถอะ ก่อนที่มันจะส่อไปกว่านี้



อย่าเพิ่งหาว่าผมขี้หงุดหงิดโวยวายเมื่อไม่ได้ดั่งใจนะครับ แต่ไอ้มึนมันจงใจกวนตีนผมจริงๆ นะ บอกให้แก้ฉากเรทR แต่แมร่งยิ่งแก้ยิ่งติดเรทหนักไปใหญ่ จากR18+ ตอนนี้กลายเป็นR20+ แล้วครับ



ก็มึงบอกให้R20+ กูก็ทำให้แล้วไงมันบอกผมเสียงเรียบ หน้าวอนโดนตีนตบมาก



โว้ยยยยยย กูประชดมึงจะโง่ไปไหน



ก็ไม่บอก กูจะรู้มั้ยล่ะว่ามึงประชดมันยักไหล่ กูก็นึกว่าเรทแค่นั้นมันน้อยไป อ่านแล้วเอ็นไม่แข็งเดี๋ยวไอ้คนซื้อมันจะด่ากูตายห่า



เห็นมั้ย เห็นมั้ย? มันกวนตีนผมอีกแล้ววววว น้ำหน้าอย่างมึงเนี่ยนะจะไม่เข้าใจว่ากูประชด อยากจะรู้จริงๆ ว่าที่ผ่านมาตลอดเวลาที่เราไม่ได้เจอกัน มันเอาชีวิตรอดจากปลายตีนคนอื่นมาได้ยังไง 



@#%$^$%$##$.... 



ผมด่ามันในใจอีกแหลกลานแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สงบสติก่อนมีเตะหมาในปากมัน



กูว่ามึงเอากลับไปแก้ที่บ้านแล้วค่อยเอามาให้กูดูอีกทีดีกว่า แล้วคราวนี้ถ้ามันติดเรทยิ่งกว่าเดิมนะ กูโละต้นฉบับมึงลงถึงขยะแน่



มันไม่ตอบ ไม่พูดไม่จา จ้องผมลูกเดียว ผมก็ไม่ยอมครับ มันจ้องมาผมจ้องตอบเอาให้มันรู้ไปเลยว่าใครจะท้องก่อนใคร เอ้ย ใครใหญ่กว่าใคร แล้วสุดท้ายผมก็ชนะครับ อุวะฮ่าๆ มันกรอกตาเซ็งๆ แล้วพยักหน้ารับแกนๆ แล้วลุกออกไปแบบไม่มีล่ำลาเลย



พอมันออกจากสำนักงานไป ผมถึงได้เห็นว่ามันลืมต้นฉบับเอาไว้ ตามออกไปดูก็ปรากฏว่ามันหายไปจากสายตาแล้ว ผมเลยตัดใจไม่ตามต่อ คิดว่าเดี๋ยวมันก็กลับมาเอาเองแหละครับ 



ผมไปเข้าห้องน้ำ (แบบว่าปวดฉี่อ่ะครับ) แต่ระหว่างที่ล้างมือพอเงยหน้าส่งกระจกปุ๊บกูแทบกรี๊ดแตกปั๊บ ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าไอ้หน้าผีที่อยู่ในกระจกนั้นมันคือใคร



ผู้ชายที่ยืนหน้าโทรมอยู่หน้ากระจกมีดวงตาที่ลึกโหลยังกะผีตายซาก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปอยผมบางส่วนปกหน้าไปกว่าครึ่ง ผมงี้อึ้งไปพักใหญ่พอได้สติ แว่นตาปัญญาอ่อนที่บดบังใบหน้าถูกจับเขวี้ยงทิ้งอย่างหัวเสีย ผมวักน้ำจากก๊อกมาล้างหน้าล้างตาแล้วเสยผมไปข้างหลัง ไอ้เฮียชินเฮงซวยมันทำพิษซะแล้ว มันต้องแกล้งผมที่แอบ(อู้)นอนกลางวันแน่ ผมไม่ได้สายตาสั้นและก็ไม่มีรสนิยมไว้ผมทรงคนบ้า สวนเรื่องหน้าโทรมนั้นความจริง เอิ๊กๆ ก็เมื่อคืนผมดอทเอโต้รุ่ง ยิ่งเล่นยิ่งมันส์รู้ตัวอีกทีตีห้ากว่าแล้วครับ



แหกตาตื่นมาทำงานจนเสร็จแล้ว(แอบ)งีบ หลับอยู่ดีๆ ไอ้นายแบบมันก็เดินเอาตีนมายันท้องผม (เป็นการปลุกแบบใหม่ มันบอกผมงั้น) ผมสะลึมสะลือแหกตาตื่น(อีกแล้ว)มาตั้งท่าจะโวย มันก็ยื่นต้นฉบับมาตรงหน้าผมแล้วบอกว่า ดูให้ที มันพอจะตีพิมพ์เป็นเล่มได้มั้ยไอ้ผมก็ยังงงๆ เอ๋อๆ กับการปรากฏตัวของเพื่อนสมัยเด็กอยู่เลยไม่ได้ใส่ใจว่าสภาพตัวเองจะเป็นยังไง บอกเลยว่าผมไม่รู้ตัวจริงๆ นะว่าถูกไอ้เฮียชินแกล้ง



รีบกลับมาจะเฮีย แค้นนี้กูต้องชำระว่ะ



กลับออกมาจากห้องน้ำก็ยังไม่เห็นพนักงานคนอื่นๆ กลับมาซักคน เอาไงดีวะ ตอนนี้อยู่ในช่วงพักเที่ยงอยู่ด้วยพี่ๆ พนักงานคนอื่นออกไปกินข้าวกันหมดแล้ว ถ้าผมไปอีกคนแล้วเกิดมีลูกค้าเข้ามาไม่เจอใครล่ะแย่เลย ผมตัดสินใจนั่งแหมะลงที่เดิม ระหว่างรอไม่มีอะไรทำเหลือบไปเห็นว่าต้นฉบับของไอ้มึนยังอยู่ที่เดิมเลยหยิบมาอ่านอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน เมื่อกี้ตอนมันเอามาให้พิจารณาผมดูผ่านๆ อ่ะครับเห็นว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจดีองค์ประกอบในการวาดครบ แต่ผมไม่ได้อ่านเจาะลึกในรายละเอียดเท่าไหร่



ไหนๆ ก็ว่าละ อ่านอีกรอบแบบละเอียดยิบเลยแล้วกันนะไอ้มึน



ถึงผมจะไม่ได้เอ่ยปากชมมันไป แต่ลายเส้นที่มันวาดเป็นลายเส้นที่สวยมากกเลยครับ คนที่คลุกคลีอยู่กับงานแบบนี้อย่างผมดูออกทันทีว่าใครใส่ใจหรือใครสักแต่ว่าทำส่งๆ ไป ต้นฉบับของไอ้ออเวย์มันต่างจากผลงานอื่นๆ ที่ส่งมาให้ผมพิจารณาลิบ ทุกน้ำหนักที่ตวัดเป็นลายเส้นไอ้คนวาดมันไม่ได้เพียงแค่วาดเล่นๆ แต่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกน้ำหนักที่กดลงบนกระดาษเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรู้สึกส่วนลึกอันแรงกล้าที่อยากบอกเล่าเรื่องราวและส่งความรู้สึกรักล้นหัวใจออกมาผ่านทางตัวเอกของเรื่อง โดยเฉพาะหน้านี้ที่เมะ(ผ่ายรุก)ในเรื่องกำลังบอกรักเคะ(ผ่ายรับ) ผมถึงกับขนลุกซู่ ในใจมันหวิวๆ ชอบกล อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนไอ้นายแบบมันกำลังส่งคำรักบอกใครสักคนผ่านตัวการ์ตูนอยู่เลย



แมร่ง กูเก็บอาการเกือบไม่อยู่ จะเขินทำเชี่ยไรของมึงวะไอ้เฟล แค่ตัวการ์ตูนมันบอกรักกัน ไม่ได้บอกรักมึงซะหน่อย แล้วผมก็แทบเลือดพุ่งหมดตัวกับหน้าต่อมา หลังจากที่เมะในเรื่องบอกรักเคะแล้วมันก็ลากเคะมาชะชะช่า(?)ทันที



อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ไอ้มึนนนนนนนนน

แมร่งทำกูของขึ้น มึงจะเมพไปไหนวะ แน่ใจนะว่านี่มันผลงานชิ้นแรกของมึง ในฉากอย่างว่าที่สองตัวเอกกำลังบอกรักกันผ่านร่างกายที่สอดประสาน ลายเส้นผมบอกให้ผมรู้ว่าคนวาดมีความรู้สึกปรารถนาที่จะครอบครองทั้งตัวและหัวใจของใครสักคน...



อ่านเอง เขินเอง และฟินเอง.... ชักอาการหนักแล้วกู 



แมร่งถ้าผลงานชิ้นนี้ออกสู่ตลาดนะ รับรองเรตติ้งพุ่ง ไอ้เฟลคอนเฟิร์ม



กูลืมต้นฉบับไว้บนโต๊ะ มึงหยิบให้ทีดิ๊” 



กำลังฟินได้ที่เสียงกวนประสาทก็ดังลอยมาแต่ไกล ไม่ต้องหันไปมองผมก็รู้ครับว่าเสียงใคร มีคนเดียวแหละครับ ก็จะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้ออเวย์ นายแบบหน้ามึนแถมหื่นด้วย (คำจำกัดความหลังดูจากฉากเรทที่มันวาดครับ)



อ้าว กลับมาเอาแล้วเหรอ มึงนี่โคตรขี้ลืมเลยว่ะผมติมันแต่ก็ไม่ทีท่าว่าจะส่งต้นฉบับคืนมันซักที ก็กูยังอ่านไม่จบอ่ะ รอกูอ่านจบก่อนค่อยคืน

ไอ้มึนจิ๊ปากอย่างขัดใจเดินหน้าโหดมาทุบโต๊ะดังปัง เล่นเอาผมสะดุ้งเฮือกเหลือกตาถลนเงยหน้าขึ้นสบตามันหวาดๆ เลยครับ



เอาต้นฉบับกูคืนม...า



    ตอนแรกมันก็ฟาดงวงฟาดงาใส่ผมอย่างหัวเสียแหละครับที่ผมทำเป็นไม่สนว่ามันกำลังยืนเต๊ะท่ารอต้นฉบับอยู่ แต่พอผมเงยหน้าสบตามันเท่านั้นแหละ ไอ้เสียงตวาดตอนแรกแผ่วลงจนกลายเป็นเสียงครางแทบไม่พ้นลำคอเหมือนมันกำลังอึ้งกับอะไรบางอย่างอยู่



สัด! ทุบโต๊ะหาพ่อง กูตกใจหมด” 



ผมสบถด่าแต่มันนิ่งเป็นกลายร่างจากคนเป็นหินไปแล้วครับ ผมเอามือไปโบกหน้ามัน โบกไปโบกมามันก็ยังทำหน้าเหมือนเห็นผีก็ไม่ปานอยู่ดี คนที่ต้องตกอกตกใจจนสติหลุดมันควรเป็นกูสิไม่ใช่มึง ยังไงมึงก็จะไม่หายอึ้งใช่มั้ย ได้....



ป๊าบบบบบ



ผมเลยเปลี่ยนเป็นโบกหัวมันแทนการโบกมือตรงหน้ามันซะเลย อ้าว ได้ผลด้วยโว้ย มันสะบัดหัวได้สติขึ้นมาทันที



ฟะ เฟล...

...100%... 
[ครบ]

1 ความคิดเห็น: