My Writer : Intro
“เฮ้
ไอ้น้องเฟลการ์ตูนเรื่องรักนี้...จากปลายปากกาที่สั่งให้จัดพิมพ์อ่ะ
ต้องทำกี่เล่มวะ” เสียงของผู้ชายหน้าโหดไว้เคราแต่งตัวโคตรเซอร์ตะโกนถามมาจากอีกฟากหนึ่งของกองหนังสือ
“อ่า... เดี๋ยวนะเฮีย ขอดูแป๊บ” ผมหรือ ‘ไอ้น้องเฟล’ ที่เฮียชินรุ่นพี่ที่ทำงานตะโกนถามจำนวนหนังสือที่ต้องตีพิมพ์รีบพลิกเอกสารในมือ
แต่เพราะมันมีหลายแผ่นเกินผมเลยหาไม่เจอว่ายอดสั่งหนังสือการ์ตูนเรื่องรักนี้...จากปลายปากกามันอยู่แผ่นไหน
“กูต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้โว้ยยยย ไม่ใช่ชาติหน้า
รีบหน่อยดิวะ” เสียงโหดตะโกนมาอีกรอบ
“เดี๋ยวดิวะเฮีย กำลังหาอยู่เนี่ย” ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจ
ไม่ใช่ขัดใจที่เฮียมันด่าแต่ขัดใจที่แมร่งหายังไงก็ไม่เจอเนี่ยสิ อยู่ไหนวะ เออ
เจอแล้วโว้ย “สีพันเล่มว่ะเฮีย”
“เออ! ก็แค่เนี๊ยะ ต้องให้รอ” บ่นเสร็จเฮียแกก็กลับไปวุ่นอยู่กับงานที่กองสุมอยู่ตรงหน้าต่อ
ส่วนผมก็กลับมานั่งเช็คจำนวนหนังสือที่ต้องจัดส่งให้ลูกค้าที่ทำค้างไว้
ผมทำงานอยู่ที่สำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตเมืองหลวง
ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ ‘การ์ตูนวาย’ หรือ ‘การ์ตูนชายรักชาย’ หรือ ‘การ์ตูนBoy’s Love’ (ก็แล้วแต่คุณจะเรียก)โดยเฉพาะ
แต่อย่าคิดว่าเป็นแค่สำนักพิมพ์ขนาดเล็กแล้วจะมาดูถูกกันได้นะครับ เพราะเมื่อเร็วๆ
นี้ ‘สำนักพิมพ์ Love Series’ ของเราเริ่มได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
เนื่องมาจากการตีพิมพ์การ์ตูนวายเรื่อง ‘รักนี้...จากปลายปากกา’ เมื่อต้นปี ก็เลยได้รับเสียงตอบรับเกินคาดจากนักอ่านทำให้มียอดสั่งจองทยอยมีมาเรื่อยๆ
และส่งผลรวมไปถึงยอดสั่งการ์ตูนเรื่องอื่นๆ ในสำนักพิมพ์ด้วย
ทำให้พวกผมที่เป็นเพียงสำนักพิมพ์เล็กๆ
มีพนักงานไม่กี่คนต้องวิ่งวุ่นหัวฟูกันไปตามระเบียบ
แต่เห็นว่าทางผู้บริหารกำลังเริ่มดำเนินโครงการขยายกิจการในเร็วๆ นี้
ช่วงนี้พวกผมซึ่งเป็นพนักงานเก่า(แต่ไม่แก่)เลยต้องจัดการกันเองไปก่อน
“เฟลคร๊าบบบบบบ” เสียงร้องเรียกหวานหูฟังแล้วขนลุกซู่ดังลอยมาแต่ไกลพร้อมกับประตูสำนักงานที่เปิดออกเผาะ
เฮือก!
ผมงี้สะดุ้งสุดตัวพยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่ใช่ ‘มัน’ ค่อยๆ หันหลังกลับไปมองและแล้วผมก็ได้รู้ว่าไอ้ที่หวังไว้อ่ะโคตรจะไม่สงหวัง
ผู้ชายตัวโคตรสูง หุ่นโคตรเอ็กซ์ หน้าโคตรหล่อ ในชุดโคตรเท่
กำลังยืนอ้าแขนยิ้มกว้างเห็นฟันทุกซี่รอให้ผมโผเข้าไปซบอ้อมอกอยู่หน้าประตู
“ผัวมึงมาว่ะ” เฮียชินเดินเข้ามากระซิบกับผมล้อๆ แล้วเดินผิวปากกลับไปจัดการงานของตัวเองต่อเมื่อเห็นผมถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง
(นี่เฮียกะมาเพื่อตอกย้ำผมอย่างเดียวเลยใช่มั้ย)
ไม่จริงครับ! อย่าไปเชื่อเฮียมัน เฮียแมร่งโกหก
ผมยังไม่มีผัวโว้ยยยยยย แล้วผมก็อยากได้เมียมากกว่าผัวว่ะ
หมับ
“คิดถึงจัง♥”
“เชี่ย ปล่อยกู” ผมถีบไอ้หน้าหล่อที่วิ่งโล่มาตะครุบผมจนมันเซแถดๆ
ไปชนกองหนังสือที่แยกไว้เป็นๆ กองๆ อย่างดีจนล้มระเนระนาด
อย่าเพิ่งงงว่าไอ้บ้าที่อยู่ๆ ก็โผล่มาลวนลามผมเนี่ยมันเป็นใคร
มันชื่อออเวย์ครับ
ไอ้หน้าหล่อหุ่นเอ๊กซ์คนนี้เป็นเพื่อนสมัยเด็กของผมเองและมันก็มีดีกรีเป็นถึงนาบแบบหนุ่มสุดฮอตแห่งยุคด้วย
หากตอนนี้คุณมีนิตยสารสิบเล่มอยู่ในมือเชื่อได้เลยว่าเก้าในสิบนี้คุณจะเห็นรูปมันทำหน้าวอนตีน(เก๊กหล่อ)อยู่บนปกแน่นอน
แล้วก็อย่าเพิ่งงงครับว่าไอ้นายแบบนี่มันเสือกมาลั้นลาอยู่ทำไมที่สำนักพิมพ์การ์ตูนวายแทนที่จะเป็นสตูดิโอ
เหตุผลที่มันมีสิทธิ์เข้ามาทำหน้าหื่นใส่ผมที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก
มันก็แค่เป็นนักเขียนเจ้าของผลงาน ‘รักนี้...จากปลายปากกา’ ที่สร้างสื่อเสียงให้สำนักพิมพ์ผมจนดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืนที่ผลงานออกสู่ท้องตลาดเท่านั้นแหละ
และที่สำคัญคือตอนนี้มันกำลังตามจีบผมอยู่!?!
กล้วยปิ้งแล้วไงกู เสียงตูดทุกครั้งที่มันโผล่มา
“มึง!!” ผมปรี๊ดแตกทันทีที่เห็นว่ามันเซไปชนอะไรกระจักกระจาย
ก็จะอะไรซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่กองออเดอร์ของลูกค้าที่ผมเช็คแล้วเป็นอย่างดี
ตอนนี้มันล้มไม่เป็นท่าแล้ว กูต้องมาจัดใหม่เพราะมึงคนเดี๊ยววววว
“ผมเปล่าผิดนะ” ไอ้นายแบบรีบออกตัวเพราะผมตวัดตาเชือดเฉือนมัน “ผมอ้าแขนรอแต่เฟลไม่วิ่งมาซบอกผมอ่ะ
ผมก็เลยต้องวิ่งมากอดเฟลเอง แล้วเฟลก็ถีบผมด้วยความรักจนเซไปโดนกองหนังสือ
แล้วมันก็ล้มเอง เห็นมั้ยผมไม่ผิด”
เออ! มึงไม่ผิด กูผิดเองที่ถีบมึงไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่...
“ไหนมึงบอกกูมาซิ
ว่าเพราะอะไรทำไมกูต้องวิ่งโล่ไปกอดมึงด้วย” ผมกระชากคอเสื้อมันมาตะคอกถามอย่างเอาเรื่อง บอกตรงๆ
ตอนนี้โคตรหงุดหงิดเลยว่ะ
แบบนี้เมื่อไหร่งานกูจะเสร็จแล้วเมื่อไหร่กูจะได้กลับบ้านไปแดรกข้าว
ฮ้วย! กูหิว!!
“คนเป็นแฟนกันก็ต้องกอดกันสิครับ” มันยิ้มแฉ่งแถมรวบตัวผมไปกอดอีกด้วย
เลยเจอผมตบเกรียนไปอีกป๊าบใหญ่โทษฐานหน้ามึนไม่บันยะบันยัง ส่วนคนอื่นๆ
ก็ได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ กับท่าทีของพวกผมสองคน
ไม่มีใครคิดเข้ามาช่วยไอ้นายแบบมันหรอกครับ
เพราะทุกคนชินกับภาพเหตุการณ์ทำนองนี้แล้ว มันเป็นเรื่องปกติของสำนักพิมพ์เราครับไปแล้วที่จะมีไอ้นายแบบหน้ามึนนี่โผล่มาป่วนผมทุกทีที่หาเวลาว่างจากงานถ่ายแบบได้
“กูไปเป็นแฟนมึงตอนไหนไม่ทราบ”
“ผมขอไปตั้งนานแล้ว”
“กูก็ปฏิเสธไปตั้งนานแล้ว”
“ผมไม่ได้ยิน”
“งั้นกูบอกใหม่”
“ไม่สน ไม่ฟังครับ” ไอ้ออเวย์หน้างอส่ายหน้าหวือ
ปิดหูปิดตาไม่รับฟังอะไรท่าเดียว “เป็นแล้วเป็นเลยหมดเขตรับเปลี่ยนสถานะจ้า ที่รัก☻”
โอ้ยยยยยยยย กูปวดหัวกับมึงจริงๆ
ไอ้หน้ามึน!
...100%...
[ครบ]
[ครบ]
555 ด้านได้อายก็อดสิเฟลลลล
ตอบลบ